- แมนเชสเตอร์ซิตี้กับเลสเตอร์ 2-0 รายงาน: คะแนน Grealish ในการชนะในเมืองประจำ
- Bournemouth vs Ipswich 1-2 รายงาน: เชอร์รี่ตะลึงที่บ้านโดยรถแทรกเตอร์เด็กชาย
- Newcastle vs Brentford 2-1 รายงาน: Magpies Down Bees เพื่อกดสำหรับคุณสมบัติ UCL
- Southampton vs Crystal Palace 1-1 รายงาน: Eagles Claw กลับมาสายเพื่อดูความประหลาดใจที่ St. Mary’s
- Brighton vs Aston Villa 0-3 รายงาน: การเซ็นสัญญาเดือนมกราคมทำงานอีกครั้งสำหรับ Emery
- Liverpool vs Everton 1-0 รายงาน: 100th Merseyside Derby Win ทำให้สีแดงใกล้กับชื่อ EPL
- ข่าวการถ่ายโอนพรีเมียร์ลีก: Salah, Kane, Manchester United และอีกมากมาย
- Chelsea vs Tottenham Preview: Blues Host London Rivals ใน Quest for Champions League Spot
Author: admin
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเดินทางลงใต้ในเกมนี้ เพื่อลงเล่นที่เอเม็กซ์ สเตเดียม ของไบรท์ตัน เมืองทางตอนใต้ของอังกฤษ ลูกทีมของเกรแฮม พอตเตอร์ ปราบวูลฟ์แฮมป์ตันได้ถึงถิ่นในเกมก่อน ส่วนพลพรรคปีศาจแดงก็เก็บสามคะแนนสำคัญจาก เบรนต์ฟอร์ดได้เช่นกัน บรูโน่ แฟร์นันดส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ราฟาเอล วาราน ทำคนละหนึ่งประตุช่วยให้ทีมยังมีลุ้นไปเล่น ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าต่อไป อย่างไรก็ดีการที่พวกเขาจะได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้านั้นก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมาก และเอริก เทน ฮาก จะต้องมีของดีสักหน่อย หากจะพาทีมอดีตแชมป์ลีก 20 สมัย จบท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้ได้
ก่อนเกมสุดระทึกนี้จะเริ่มต้นขึ้น ผู้จัดการทีมของเบรนต์ฟอร์ดอย่าง โทมัส แฟรงค์ อาจขาดผู้เล่นตัวหลักมากถึงห้าคน ในการที่พวกเขาจะเร่งเครื่องเพื่อจบภายในครึ่งตารางบนในฤดูกาลนี้ ซึ่งน่าจะต้องวัดกันถึงนัดสุดท้ายเสียด้วย ด้านทีมนักบุญยังคงต้องเดินหน้าหาชัยชนะนัดแรกในรอบสี่เกมล่าสุดต่อไป ในเกมนี้ที่พวกเขาจะออกไปเยือนเบรนต์ฟอร์ด ขณะที่เจ้าบ้านเพิ่งแพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปในเกมก่อน หยุดสถิติไร้พ่ายของพวกเขาไว้ที่สี่เกม เบรนต์ฟอร์ดไม่เสียประตูในบ้านมาแล้วร่วมสามเดือน ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเสียประตูในบ้านต้องย้อนกลับไปถึงเมื่อเดือนกุมภาเลยทีเดียว และหากพวกเขาเก็บคลีนชึตได้ในเกมนี้ พวกเขาจะเป็นเพียงสโมสรที่สี่ในฤดูกาลนี้เท่านั้น ต่อจาก อาร์เซนอล, แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ที่สามารถเก็บคลีนชึตในบ้านสี่นัดต่อเนื่องได้
ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของเบรนต์ฟอร์ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อาทิตย์ที่ 34 ในวันอังคารที่จะถึงนี้ เจ้าบ้านจะมีเวลาพักฟื้นไม่มากนักก่อนลงเตะเกมนี้ จากการที่ต้องเล่นเกมนัดตกค้างกับเชลซี แต่หากพวกเขาสามารถเอาชนะเชลซีได้ ความหวังที่จะลุ้นท็อปโฟร์ก็อาจจะกลับมาอีกครั้ง และเกมกับเบรนต์ฟอร์ดก็จะสำคัญกับพวกเขามากขึ้นเยอะเลยทีเดียว ด้านเบรนต์ฟอร์ดทีมเยือนเสมอกับสเปอร์มา 0-0 ในเกมก่อน และทำให้พวกเขาทำสถิติไม่แพ้ใครเลยตลอดเดือนเมษายน ชนะทั้งเชลซี เวสต์แฮม และวัตฟอร์ดได้ แบบสามเกมรวด และเสมอกับสเปอร์ในเกมสุดท้าย ความพ่ายแพ้นัดสุดท้ายของพวกเขาต้องย้อนกลับไปถึงเดือนกุมภาพันธ์เลยทีเดียว ในเกมที่พวกเขาแพ้ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
เอฟเวอร์ตันยังมีเกมตกค้างให้เล่นอยู่ก็จริง แต่ในตอนนี้ทุกนัดของพวกเขานั้นต้องเน้นถึงขีดสุด เริ่มตั้งแต่นัดนี้เลย ในเกมที่พวกเขาจะเปิดบ้านรับเชลซี ที่ได้พักเพียงไม่กี่วันเท่านั้นหลังลงเตะกับแมนฯ ยูไนเต็ดไป ถึงแม้ว่าจะสวนทางกับอันดับในตาราง แต่เจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันไม่ได้ฟอร์มแย่เลย ในสามเกมล่าสุดของพวกเขา พวกเขาพลิกล็อกปราบแมนฯ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ 1-0 เสมอเลสเตอร์ 1-1 และแพ้ลิเวอร์พูลที่กำลังร้อนแรงไปแบบ “ไม่น่าเกลียด” ไป 2-0 ทั้งสองทีมเสมอกันมา 1-1 ในเลกแรก นับเป็นสัญญาณที่ดีของเจ้าบ้านไม่ใช่น้อย และยิ่งเมื่อไปดูสถิติแล้วก็ยังมีเรื่องที่เจ้าบ้านน่าจะพอยิ้มได้บ้าง เพราะเชลซีไม่เคยมีแต้มกลับไปเลย ในการบุกมาเยือนเอฟเวอร์ตันสามครั้งหลังสุด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเล็งที่จะรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ให้ได้ ในเกมที่พวกเขาจะต้องออกไปเยือน ลีดส์ ที่สนามเอลแลนด์ โร้ด ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ทีมเรือใบสีฟ้าเพิ่งผ่านเกมสุดมันส์ที่ยิงกันถึงเจ็ดประตูกับราชันชุดขาวมาในศึก ยูฟ่าฯ นัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ลีดส์เสมอกับคริสตัล พาเลซไปแบบไร้สกอร์ ในเกมที่ลงเตะกันไปในวันจันทร์ที่ผ่านมา ทัพยูงทองทำผลงานได้ดีขึ้นมากทีเดียว ตั้งแต่ได้กุนซือใหม่ชาวอเมริกันอย่างเจสซี่ มาร์ช เข้ามาคุมทีม เก็บได้ถึงสิบเอ็ดคะแนนจากเจ็ดเกมที่มาร์ชเป็นคนคุมทีม ชนะสาม เสมอสอง แพ้แค่สอง ทำให้ปัจจุบันพวกเขามีแต้มเหนือโซนตกชั้นถึงห้าคะแนนแล้ว
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะเปิดสนามโมลินิวซ์ สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในเกมพรีเมียร์ลีก ที่จะลงฟาดแข้งกันในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ในขณะที่ศึกพรีเมียร์ลีกเข้าสู่ช่วงห้านัดสุดท้าย เจ้าบ้านยังตามเวสต์แฮมอันดับเจ็ดอยู่สามคะแนน แต่ยังลงเล่นน้อยกว่าอยู่หนึ้งนัด และยังนำหน้านิวคาสเซิลอันดับเก้าอยู่หกคะแนน รวมถึงยังนำเลสเตอร์อันดับสิบอยู่ถึงสิบคะแนนเช่นกัน (เลสเตอร์ลงเล่นน้อยกว่า เช่นเดียวกับวูล์ฟ) ส่วนพลพรรคนกนางนวลเสมอกับเซาแธมป์ตันมาในเกมก่อน 2-2 จากประตูของดานี่ เวลเบ็ค และการทำเข้าประตูตัวเองของ โมฮาเหม็ด ซาลิซู พวกเขาควรจะชนะด้วยซ้ำ หากเซาแธมป์ตันไม่ได้สองประตูสุดสวยจากกัปตันจอมยิงฟรีคิกของพวกเขาอย่าง เจมส์ วอร์ด-พราวส์
เกมนี้ที่วิคาราจ โร้ด ของวัตฟอร์ดสามารถชี้เป็นชี้ตายความอยู่รอดในลีกของทั้งสองทีมได้เลย โดยเบิร์นลีย์ทีมเยือนดูมีโอกาสในการอยู่รอดมากกว่าเล็กน้อย และน่าจะต้องการสามคะแนนจากเจ้าบ้านที่ดูแล้วไม่น่าจะรอดตกชั้นเป็นอย่างมาก วัตฟอร์ดกลับมาเล่นในลีกสูงสุดได้เพียงฤดูกาลเดียวก็มีความเสี่ยงสูงที่จะต้องกลับลงไปเช่นเดิม พวกเขาต้องชนะในทุกเกมที่เหลือของพวกเขา และยังต้องลุ้นให้คู่แข่งหนีตกชั้นอีกหลาย ๆ ทีมพร้อมใจกันแพ้อีก หากพวกเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ในการหนีตกชั้นได้ ด้านทีมเยือนสถานการณ์ก็ไม่ต่างกันมาก พวกเขาก็กำลังสู้สุดใจเพื่อที่จะหนีตกชั้นเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาทำได้ดีทีเดียวในช่วงหลัง จากการชนะวูล์ฟได้ 1-0 ในเกมก่อน ทำให้ตอนนี้ทีมเก็บได้ถึงมากถึงสิบคะแนนเลยทีเดียวจากห้าเกมหลังสุด
นอริชอาจเป็นทีมแรกที่จะต้องตกชั้นอย่างเป็นทางการในปีนี้ หากพวกเขาไม่สามารถเก็บสามคะแนนได้ ในเกมวันเสาร์นี้ที่จะต้องออกไปเยือนแอสตัน วิลล่า ทีมนกขมิ้นแพ้แบบหมดสภาพให้กับนิวคาสเซิลมา 3-0 ในเกมก่อน ในขณะที่ลูกทีมของสตีเว่น เจอร์ราร์ด สามารถหยุดสถิติแพ้เกมเยือนต่อเนื่องของพวกเขาไว้ได้ที่สองเกมเท่านั้น หลังจากสามารถบุกไปแบ่งแต้มกับเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ในเกมก่อน อย่างไรก็ดีทัพสิงห์ผงาดก็ยังถือว่าอยู่ในช่วงขาลง เก็บได้เพียงคะแนนเดียวเท่านั้นจากห้าเกมล่าสุด และเพิ่งหยุดสถิติแพ้รวดสี่นัดไปด้วยการเสมอกับเลสเคอร์ ด้านเจ้าบ้านก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน แพ้ไปถึงเก้าเกมด้วยกันจากสิบเอ็ดเกมที่ลงเล่นล่าสุด
สองทีมที่กำลังฟอร์มเข้าฝักจะลงฟาดแข้งกันในวันเสาร์นี้ ในเกมทิ่ลิเวอร์พูลจะออกไปเยือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค รังเหย้าของทีมสาลิกาดง เจ้าบ้านรัวถล่มนอริชไปถึง 3-0 ในเกมก่อน ชนิดนอริชไม่มีหือมีอือเลย ส่วนทีมเยือนของเจอร์เกน คล็อปป์ ก็เพิ่งจะชนะ บียาเรอัลมา 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก อย่างไรก็ตามทีมหงส์แดงก็ไม่ได้เป็นฝ่ายที่ฟอร์มแรงอยู่ฝ่ายเดียว เพราะฝ่ายนิวคาสเซิลของเอ็ดดี้ ฮาว นั้นถือว่ามีปี 2022 ที่ยอดเยี่ยม และกลับมาเป็นทีมที่ประมาทไม่ได้อีกครั้ง หลังจากเก็บชัยชนะได้ถึง 10 จาก 14 เกม นับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่มา
เซาแธมป์ตันจะเปิดบ้าน เซนต์ แมรี สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของคริสตัล พาเลซ ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ทีมนักบุญเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวเท่านั้นจากแปดเกมล่าสุด ในช่วงที่ใกล้จะจบฤดูกาลเข้าไปทุกที โดยกุนซืออย่าง ราล์ฟ ฮัสเซนฮุตเทิล น่าจะตั้งเป้าหมายไว้ที่การจบภายในครี่งบนของตาราง สิ่งทีเขายังไม่เคยทำได้เลยกับเซาแธมป์ตัน และในตอนนี้พวกเขาก็ตามทีมอันดับสิบอยู่แค่สองคะแนนเองด้วย ด้านทีมเยือนของปาทริค วิเอร่า พวกเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ก็ไม่สามารถเจาะลีดส์ที่รับอย่างเหนียวแน่นได้ ในเกมที่เสมอกันไปที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค รังเหย้าของลีดส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และหลังจากที่เพิ่งแพ้ให้กับเชลซีไปในศึก เอฟเอ คัพ ทัพปราสาทเรือนแก้วก็ดูเหมือนจะเสียกำลังใจไปบ้าง แต่หากพวกเขาเก็บชัยชนะในเกมนี้ได้ พวกเขาก็จะแซงเซาแธมป์ตันและรั้งอันดับสิบแทน และอาจจะแซงเป็นฝ่ายจบในครึ่งบนของตารางตอนจบฤดูกาลแทนได้