- Walton Heath Trophy เสิร์ฟผลงานที่ทำลายสถิติ
- โอกาสสุดท้ายในการลงคะแนนเสียงสำหรับตั๋ว Open Championship ปี 2027!
- คุณพิชญ์โพธารามิก” มอบ 2 เดือนนักตบสาวไทยประกาศอัดฉีดเพิ่ม 5 เดือนสำหรับ AVC
- สมาคมกีฬาที่ประกาศให้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกันพัฒนาและองค์ความรู้ด้านกีฬา…
- ทีมชาติไทยฝึกซ้อมที่ Jakarta International Velodrome ก่อนประเดิมแรร์
- ปิดฉากโครงการ Domestic Power Volleyball 2025–2026 สวนภาคใต้ จ.ปัตตานี
- เคล็ดลับการเดิมพันฟุตบอลที่ดีที่สุดวันนี้: การดำเนินการของยูฟ่าและอีกมากมาย!
- วิธีรับตั๋วฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย: ราคา ห้องว่าง และทุกสิ่งที่แฟน ๆ จำเป็นต้องรู้
Author: admin
ผลการแข่งขันที่คาด แอสตัน วิลล่า 2-1 วูล์ฟ เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ Aston Villa were brilliant against Tottenham Hotspur as they went away to London and dispatched Antonio Conte’s side to win 2-0. Wolverhampton Wanderers were resilient and tough until Marcus Rashford stepped up and netted the only goal of a tight game. ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด แอสตัน วิลล่า –ชนะ,แพ้,ชนะ,ชนะ,แพ้ วูล์ฟ – แพ้,ชนะ,แพ้,แพ้,เสมอ สถิติระหว่างทั้งสองทีม ทั้งสองทีมมีประวัติพบกันในพรีเมียร์ลีกมา 14 ครั้ง ต่างฝ่ายต่างเก็บชัยชนะได้ห้าครั้งเท่ากัน และเสมอกันไปในอีกสี่ครั้งที่เหลือ แต่ครั้งล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกันในเดือนเมษายน 2022 ที่ผ่านมา เป็นทีมหมาป่าที่เอาชนะไปได้ 2-1 นักเตะที่น่าจับตามอง ดั๊กลาส หลุยซ์ ดาวเตะชาวแซมบ้าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในฤดูกาลนี้ และเป็นหนึ่งในแสงแห่งความหวังของทีมสิงห์ผงาดอย่างเห็นได้ชัด เขาทำประตูสุดสวยเพื่อตอกฝาโลงทีมไก่เดือยทอง นี่ยังไม่รวมถึงการที่เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งเกมอีกนะ แดเนียล โพเดนซ์ แนวรุกร่างกระเป๋าของทีมหมาป่าอาจจะฟอร์มตกไปบ้างในช่วงหลัง แต่ฝีเท้าของเขานั้นก็ยังดีพอที่จะร่ายเวทย์มนต์และช่วยทีมหมาป่าในวันหน้าอย่างแน่นอน
ผลการแข่งขันที่คาด เซาแธมป์ตัน 0-1 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ เซาแธมป์ตันเล่นไม่ออกและแพ้คาบ้านให้กับฟูแล่มไปอีก 2-1 นี่หมายความว่า นาธาน โจนส์ กุนซือคนใหม่ของพวกเขานั้นยังไม่สามารถปลดล็อคชัยชนะแรก หรือแม้กระทั่งคว้าแต้มแรกให้กับทีมได้เลย กลับกัน ทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์เพิ่งปลดล็อกฟอร์มใหม่ของพวกเขามา หลังฟอร์มบู่มาตลอดทั้งฤดูกาล จากการที่ทีมได้ประตูจากแซร์จ ออริเยร์ ในครึ่งหลัง ทำให้พวกเขาเปิดบ้านแบ่งแต้มกับทีมสิงห์บลูไปได้ 1-1 ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด เซาแธมป์ตัน – แพ้,แพ้,แพ้,แพ้,แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ – เสมอ.แพ้,ชนะ,เสมอ,แพ้ สถิติระหว่างทั้งสองทีม ครั้งล่าสุดที่สองทีมนี้เจอกัน ทีมนักบุญยังเล่นในสนามเหย้าเก่าอย่างเดอะ เดลล์ อยู่เลย แถมเกมนั้นพวกเขาก็แพ้คาบ้านให้กับทีมเจ้าป่าไปด้วย 1-2 ตอนนี้เซาแธมป์ตันหล่นลงมารั้งอันดับบ๊วยของลีกแทนน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ไปแล้ว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการแพ้ห้าเกมรวดในลีกของพวกเขา นักเตะที่น่าจับตามอง เจมส์ วอร์ด-เพราส์ กัปตันของทีมนักบุญเล่นไม่ค่อยออกและไม่สามารถแบกทีมให้มีแต้มเหมือนเก่าได้เลย แต่ทีมนักบุญก็ยังเป็นทีมจอมดราม่าอยู่แล้ว และถ้าพวกเขาอยากได้บทการคัมแบ็คกลับมาแบบดราม่า ๆ ล่ะก็ อย่างแรกเลยพวกเขาก็คงต้องการให้กัปตันของพวกเขากลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งแน่นอน ไตโว อโวนิยี่ ศูนย์หน้าชาวไนจีเรียนยกระดับฝีเท้าของเขาได้ดีขึ้นมากในปีนี้ รวมถึงทัศนคติหรือความขยันก็ดีไม่แพ้กันในช่วงหลัง ตอนนี้เขาก็คงขาดแค่การยิงประตูให้ได้เพิ่มอีกหน่อยเท่านั้น เพื่อเป็นการประกาศว่าเขากลับมาอย่างเต็มตัวแล้ว
ผลการแข่งขันที่คาด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 บอร์นมัธ เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ พลพรรคปีศาจต้องเหนื่อยเหมือนกันกว่าจะพังประตูโทนของเกมเอาชนะวูล์ฟที่เล่นได้อย่างเหนียวแน่นได้ แม้พวกเขาจะจบสกอร์ไม่คมกันเองและทำโอกาสหลุดมือไปหลายครั้งก็ตาม แต่ก็ได้มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ถูกดร็อปเป็นตัวสำรองจากเหตุผลเรื่องวินัยภายในทีม ลงมาเป็นซูเปอร์ซับและทำประตูสุดสวยช่วยให้พวกเขาหักอกแฟน ๆ ทีมหมาป่าและคว้าสามคะแนนเต็มกลับบ้านมาได้ ส่วนทีมบอร์นมัธเหมือนจะฟอร์มดร็อปลงไปนับตั้งแต่เริ่มเลกสองมา พวกเขาแพ้ 2-0 มาสองเกมติดแล้ว ในเกมก่อนพวกเขาก็โดนคริสตัล พาเลซ บุกมาเอาชนะได้ถึงบ้าน 2-0 ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด – ชนะ,ชนะ,ชนะ,แพ้,ชนะ บอร์นมัธ – แพ้,แพ้,ชนะ,แพ้,แพ้ สถิติระหว่างทั้งสองทีม สองครั้งล่าสุดที่บอร์นมัธบุกมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาแพ้ยับเยินแบบระยะห่างสามประตูกลับไปทั้งสองครั้ง 4-1 และ 5-2 ตามลำดับ ในห้าครั้งหลังสุดที่สองทีมนี้เจอกันมา มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่บอร์นมัธเอาชนะทีมปีศาจแดงได้ นักเตะที่น่าจับตามอง มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวเตะแมนคิวเนียนเริ่มหาฟอร์มเก่งในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เจออีกครั้งแล้ว ตอนนี้เขากำลังอยู่ในช่วงฟอร์มแรงและไม่น่ามีกองหลังคนไหนอยากจะเจอเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน คีฟเฟอร์ มัวร์ กองหน้าชาวเวลช์ไม่ได้ลงเล่นมาสองนัดแล้ว และน่าจะหวังว่าเขาจะได้รับโอกาสอีกครั้งในเกมนี้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผลการแข่งขันที่คาด เลสเตอร์ 1-2 ฟูแล่ม เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ เลสเตอร์โชคไม่ดีเอาเสียเลย ที่ต้องแพ้ให้กับลิเวอร์พูลแม้จะออกนำไปก่อน นี่จะเป็นอะไรที่ของร็อดเจอรส์ทำใจรับได้ยากแน่นอน เพราะพวกเขาเสียสองประตูและแพ้ไปก็เพราะเวาต์ ฟาส กองหลังของพวกเขาเอง ด้านฟูแล่มยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพัฒนาการของพวกเขาต่อเนื่อง ภายใต้การคุมทีมของมาร์โค ซิลวา และเบียดเอาชนะเซาแธมป์ตันถึงถิ่น เซนต์ แมรี่ สเตเดี้ยม มาได้ในเกมก่อน ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด เลสเตอร์ ซิตี้ –แพ้,แพ้,ชนะ,ชนะ,แพ้ ฟูแล่ม –ชนะ,ชนะ,แพ้,แพ้,เสมอ สถิติระหว่างทั้งสองทีม ในห้าครั้งหลังสุดที่ทั้งสองทีมเจอกัน ฟูแล่มเอาชนะเลสเตอร์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น อย่างไรกีดี เลสเตอร์แพ้มาสองนัดติดแล้ว และความพ่ายแพ้ติดต่อกันเป็นนัดที่สามจะส่งผลทบต้นกับพวกเขาหลาย ๆ อย่าง และจะส่งพวกเขากลับไปในโซนหนีตกชั้นอีกครั้งอย่างแน่นอน นักเตะที่น่าจับตามอง อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช หัวหอกร่างยักษ์จากเซอร์เบียจะเป็นผู้นำในเกมรุกอีกครั้งในเกมนี้ ความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศพ่วงกับความสามารถในการสร้างโอกาสจบสกอร์ของเขา ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในทีมฟูแล่มอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ปีกความเร็วสูงของเลสเตอร์พัฒนาฝีเท้าของเขาขึ้นมาในปีนี้ และถึงแม้ว่าปีนี้เขาจะมีช่วงฟอร์มขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่บ้าง แต่เกมนี้ทุกอย่างดูเหมาะเจาะให้กับปีกความเร็วสูงอย่าง ฮาร์วีย์ บาร์นส์ มาก
ผลการแข่งขันที่คาด คริสตัล พาเลซ 1-0 ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ ทีมปราสาทเรือนแก้วบุกไปเอาชนะบอร์นมัธได้ถึงบ้าน 2-0 เป็นการส่งท้ายปี 2022 อย่างสวยงาม และช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจเป็นอย่างมากในเกมต่อไปที่พวกเขาจะทำศึกลอนดอนดาร์บี้กับสเปอร์ ส่วนทีมท็อตแนมนั่นอยู่ในคนละความรู้สึกกันเลย พวกเขาเพิ่งแพ้คาบ้านให้กับแอสตัน วิลล่าอย่างน่าผิดหวังมา 2-0 จากผลงานของดั๊กลาส หลุยซ์ และ เอมิเลียโน่ บุเอนเดีย คนละหนึ่งประตู ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด คริสตัล พาเลซ – ชนะ,แพ้,แพ้,ชนะ,ชนะ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ – แพ้,เสมอ,ชนะ,แพ้,ชนะ สถิติระหว่างทั้งสองทีม การพบกันสามครั้งหลังสุดของพวกเขาจบลงด้วยระยะห่างสามประตูทั้งหมด ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะก็ตาม ทัพไก่เดือยทองต้องการชัยชนะนัดนี้เป็นอย่างมาก เพราะถ้าพวกเขาแพ้อีก และทีมที่จ่อลุ้นท็อปโฟร์ทีมอื่น ๆ ชนะอีกล่ะก็ พวกเขาจะเริ่มถอยห่างจากการลุ้นท็อปโฟร์ไปเรื่อย ๆ นักเตะที่น่าจับตามอง วิลเฟรด ซาฮา ปีกชาวไอโวเรียนคือนักเตะคนที่สำคัญที่สุดในระบบทีมของปราสาทเรือนแก้วอย่างแท้จริง และฟอร์มของเขาในเกมนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญเลยว่าพาเลซจะเอาชนะสเปอร์ได้หรือไม่ แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษต้องทนดูผลงานสุดห่วยของทั้งตัวเองและทีมของเขาตลอด 90 นาทีในเกมกับแอสตัน วิลล่า และน่าจะหวังที่จะลืมมันไปด้วยการยิงให้ได้สัก 1-2 ประตูในเกมนี้
ผลการแข่งขันที่คาด เอฟเวอร์ตัน 1-2 ไบรท์ตัน เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ เอฟเวอร์ตันสามารถบุกไปยันเสมอเรือใบสีฟ้าแชมป์เก่าได้ 1-1 ถึงถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม หยุดสถิติแพ้ต่อเนื่องของทีมได้สำเร็จ โดยทีมได้หนึ่งคะแนนสำคัญมาจากลูกยิงตีเสมอสุดสวยของเดมาราย เกรย์ หลังจากโดนเออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ยิงนำไปก่อนในครึ่งแรก ส่วนทีมนกนางนวลต้องแพ้อาร์เซนอลคาบ้านไปแบบน่าผิดหวัง 4-2 แม้ว่าจะเล่นได้ดีในครึ่งหลังและมียิงได้ตีตื้นมาบ้าง และแม้ว่าคาโอรุ มิโตมะจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมก็ตาม แต่จากภาพรวม ทีมนกนางนวลแพ้อาร์เซนอลไปแบบทุกกระบวนท่า และไม่มีความหวังสามคะแนนเลยในเกมเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด เอฟเวอร์ตัน – แพ้,เสมอ,แพ้,แพ้,เสมอ ไบรท์ตัน – แพ้,ชนะ,แพ้,ชนะ,ชนะ สถิติระหว่างทั้งสองทีม ทั้งสองฝ่ายเจอกันมาแล้วสิบครั้ง เป็นเอฟเวอร์ตันที่ทำได้ดีกว่า ชนะได้ห้าครั้ง เสมอกันสองครั้ง และไบรท์ตันชนะได้สามครั้ง เอฟเวอร์ตันชนะใครไม่เป็นมาห้านัดแล้ว และการมาเยือนของทีมนกนางนวลก็ส่อแววให้เห็นถึงนัดที่หกอยู่รำไรแล้ว นักเตะคีย์แมนของทั้งสองทีม เดมาราย เกรย์ อดีตดาวเตะของเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นแสงสว่างและความหวังของทีมท๊อฟฟี่สีน้ำเงินมาตลอดในฤดูกาลนี้ ความเร็วและการจบสกอร์ที่รุนแรงของเขานั้นอันตรายมากไม่ว่าจะเป็นกับทีมไหนในลีก ดูตัวอย่างจากลูกที่เขายิงตีเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็ได้ คาโอรุ มิโตมะ ปีกพ่อมดชาวญี่ปุ่นโชว์เวทย์มนต์ของเขาอีกครั้งในเกมก่อน และได้แสดงให้อาร์เซนอลให้เต็ม ๆ ว่าทำไมเขาถึงได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องและค่าตัวสูงขึ้นด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมตลอดเกม พร้อมกับหนึ่งประตูสุดสวยเป็นของแถม
ผลการแข่งขันที่คาด อาร์เซนอล 2-1 นิวคาสเซิล ถ้าเทียบกับปีที่แล้วหรือปีอื่น ๆ การเจอกันของสองทีมนี้มันคนละเรื่องกันเลย ในปีที่แล้ว นี่ก็คงจะเป็นอีกเกมทั่ว ๆ ไป ที่อาร์เซนอลน่าจะเอาชนะไปได้สบาย ๆ แต่ในปีนี้ ทุกอย่างมันต่างออกไป ในทางกลับกัน นี่จะเป็นบททดสอบที่ใหญ่ที่สุดของทัพปืนใหญ่ในลีกฤดูกาลนี้เลย อย่างน้อยก็ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผ่านมา 16-17 นัดแน่ ๆ ในเกมที่พวกเขาจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมสาลิกาดงในวันอังคารนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะทีมปืนใหญ่ของมิเกล อาร์เตต้านั่นยังไม่ได้ลงเล่นเจอกับทีมอันดับสองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้น ตามหลักแล้วเกมกับทีมอันดับสามอย่างนิวคาสเซิลก็น่าจะเป็นเกมที่หนักที่สุดเท่าที่เป็นไปได้แล้ว แม้ว่าทัพปืนใหญ่จะนำห่างอันดับสองอยู่ถึงเจ็ดคะแนนก็ตาม ทั้งสองทีมแพ้ไปแค่ทีมละครั้งเท่านั้นในลีกฤดูกาลนี้ และนิวคาสเซิลน่าจะแอบคิดอยู่ว่าถ้าพวกเขาบุกไปเอาชนะอาร์เซนอลได้ถึงเมืองหลวงล่ะก็ พวกเขาจะกลายมาเป็นอีกทีมที่ลีกจะต้องเกรงกลัวพวกเขา และน่าจะหวังถึงการลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้ได้เลย และอย่าลืมว่า เมื่อฤดูกาลก่อนที่อาร์เซนอลไม่ติดท็อปโฟร์ก็เพราะแพ้ให้กับนิวคาสเซิลในช่วงสำคัญนี่แหละ ครั้งนี้พวกเขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างแน่นอน เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ อาร์เซนอลเก็บชัยชนะในลีกได้ถึง 71% ในปี 2022 (ชนะ 25 ครั้งจาก 35 เกม) มากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสร รองจากปี 2002 ที่พวกเขาทำได้ 72% (ชนะ 28 ครั้งจาก 39 เกม) ในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก มีแค่สองทีมเท่านั้นที่ทำผลงานได้ดีกว่าอาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้าปีนี้ หลังผ่านไป 16 เกมในลีก นั่นก็คือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2017/18 และ ลิเวอร์พูล ในปี 2019/20 ปัจจุบันหลังผ่านไป 16 นัด นิวคาสเซิลมีเกมรับที่ดีที่สุดในลีก เสียไปเพียง 11 ประตูเท่านั้น และน่าจะหวังว่าจะไม่เสียประตูหรือเสียประตูให้น้อยที่สุดในเกมนี้กับอาร์เซนอล เช่นเดียวกับทีมปืนใหญ่ นิวคาสเซิลก็พลาดท่าแพ้ในลีกไปเพียงครั้งเดียวเท่ากัน และมันก็น่าแปลกใจว่าด้วยผลงานระดับนี้ ทำไมผู้คนถึงไม่ยกให้นิวคาสเซิลเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแชมป์ลีกสักที ฟอร์ม: อาร์เซนอล ถ้าใครบอกว่าผลงานในช่วงต้นฤดูกาลของอาร์เซนอลคือการฟลุคล่ะก็ ทีมเดอะ กันเนอร์ส ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาคือของจริง ตอนนี้พวกเขานำโด่งอยู่ถึงเจ็ดคะแนน และตารางคะแนนก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขานั้นเหมาะสมกับตำแหน่งจ่าฝูงอย่างแท้จริง ในบทความทำนายฤดูกาลนี้ของเรา เราเคยบอกไว้อาร์เซนอลมีสิทธิลุ้นแชมป์ได้เลยในปีนี้ ถึงแม้ว่ามันจะดูเวอร์ไปหน่อยในตอนแรก แต่ในตอนนี้ทุกอย่างมันดูมีภาพและเป็นไปได้ขึ้นมาแล้ว เดอะ กันเนอร์ส เป็นทีมที่กำลังฟอร์มแรง และเป้าหมายที่หลาย ๆ ทีมเล็งจะหยุดให้ได้ในตอนนี้ เพราะตอนนี้…
สารบัญ โมเมนต์สุดท้ายของเปเล่ รำลึกความยิ่งใหญ่ของเปเล่ ย้อนรอยสถิติและรางวัลต่าง ๆ ของเปเล่ เปเล่เปลี่ยนแปลงฟุตบอลไปอย่างไรบ้าง คำพูดต่าง ๆ เกี่ยวกับความสำเร็จของเปเล่ บทส่งท้าย โลกฟุตบอลต้องตกอยู่ในความเศร้าโศกเสียใจ เพียงไม่กี่อาทิตย์เท่านั้นหลังจากเพื่งฉลองแชมป์ฟุตบอลโลกกันไป เอ็ดสัน อรานเตส โด นาสซิเมนโต้ หรือในชื่อที่รู้จักและมีแฟนคลับกันทั้งโลกอย่าง “เปเล่” ได้จากโลกนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย แล้ว หลังจากสู้กับอาการมะเร็งลำไส้ใหญ่มาสักพัก เขาตายเมื่อมีอายุได้ 82 ปี แต่จะอยู่ในหัวใจของครอบครัว, แฟนบอลบราซิล และ โลกฟุตบอลตลอดไปอย่างแน่นอน จริง ๆ มันก็มีข่าวลือออกมาว่าเขาอาการไม่ค่อยดีนัก ในช่วงวิกฤตโคโรนาไวรัสในปี 2020 บางสื่อถึงขนาดพาดหัวว่าเปเล่ใกล้เสียชีวิตแล้ว และจะอยู่กับเราไปได้อีกไม่นาน มองย้อนกลับไป ดูเหมือนว่าข่าวลือเหล่านั้นจะออกมาเร็วไปสักสองปี เพราะในวันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา เปเล่ก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างตลอดกาล ชายผู้ทำให้ฟุตบอลกลายมาเป็นกีฬาระดับโลกขวัญใจมหาชนด้วยลีลาท่าทางของเขานั้นได้จากไปแล้ว และสิ่งที่เราทำได้ทั้งหมดในตอนนี้ก็คือย้อนไปดูว่าเปเล่นั้นทำอะไรไว้บ้างเพื่อโลกฟุตบอล วันนี้เราจะมาลองดูในเรื่องของชีวิตส่วนตัวและความยิ่งใหญ่ของเปเล่ นักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของโลกฟุตบอลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะดูสถิติประกอบหรือไม่ก็ตาม ความยิ่งใหญ่ของเปเล่มีอะไรบ้าง เอ็ดสัน อรานเตส โด นาสซิเมนโต้ เกิดในประเทศที่คลั่งใคล้ฟุตบอลอย่างบราซิล และในเวลาที่ทุกอย่างมันเริ่มชัดเจนขึ้นแล้วว่าฟุตบอลสามารถเป็นกีฬาที่มีอะไรมากกว่าความบันเทิงเพียงอย่างเดียว เขาค่อย ๆ ขยับจากคนดูไปเป็นผู้เล่น จากนั้นเขาก็ถูกยกให้เป็นเพชรเม็ดใหม่ของวงการฟุตบอลที่สามารถทำอะไรได้มากกว่าแค่เล่นสนุก ๆ มาก ไม่นาน โอกาสของเขาก็มาถึง เมื่อเขาก็ถูกเรียกติดทีมชาติบราซิล และไปลุยฟุตบอลโลกในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ฟุตบอลโลกครั้งนั้นเป็นครั้งที่เขาจารึกตำนานของเขาเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะ โลกฟุตบอลก็มีดาวเตะระดับอัจฉริยะอยู่ทุกยุคทุกสมัย ทั้งก่อนหน้าและหลังยุคของเปเล่ หนึ่งในนั้นก็คือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เพิ่งฉลองแชมป์ฟุตบอลโลกไปได้ไม่นาน แต่เปเล่นั้นถือเป็นราชาของโลกฟุตบอลอย่างแท้จริง และน่าจะเป็นคนแรกด้วยที่ได้รับการยกย่องด้วยตำแหน่งนี้ ไม่แปลกที่เขาได้รับการยกย่องให้เป็น “เดอะ คิง” หรือราชาลูกหนังจากผลงานในสนามของเขา ซึ่งลำพังแค่นี้ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว แต่เรื่องนอกสนามของเปเล่ เช่นเรื่องต่าง ๆ ที่เขาช่วยเหลือองค์การสหประชาชาติหรือยูเอ็นนั้นก็เป็นเรื่องที่มีผลต่อตำนานของเขาไม่แพ้กันเลย ตำนานและความสำเร็จของเขามันยิ่งใหญ่เสียจนนักเตะคนไหนที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่แล้วก็ต้องเอาดีกรีของตัวเองมาเทียบกับเปเล่นี่แหละ หากอยากจะพิสูจน์ว่าตัวเขาคือของจริงเหมือนกัน สถิติและความสำเร็จต่าง ๆ ของเปเล่ ผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สามสมัย วัยรุ่น (อายุ 19 ปีหรือน้อยกว่า) คนแรกจากสองคนในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก ผู้เล่นคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์กิตติมศักดิ์ เจ้าของสถิติแอสซิสต์มากที่สุดในฟุตบอลโลกหนึ่งครั้ง (เจ็ดครั้งในฟุตบอลโลกปี 1970) ผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำแฮตทริกได้ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก (ฟุตบอลโลกปี 1958)…
เมื่อข่าวหลุดออกมาว่าฮาลันด์เตรียมจะเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันทำให้ทุกทีมสั่นกลัวตาม ๆ กันไปหมด ดาวเตะวัย 22 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์หน้าที่มากความอันตรายมาหลายปีแล้ว ทั้งกับทีมชาติและสโมสร ถึงแม้สโมสรของเขาจะอยู่ในลีกเล็ก ๆ จนบางครั้งมันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไรนักก็เถอะ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านักเตะคนนี้มีของจริง ๆ อย่างไม่น่าจะมีใครกล้าคัดค้าน หลังจากนั้น เขาก็ย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้าของเป็ป กวาดิโอล่า ผู้จัดการทีมที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้ การผสมผสานกันระหว่างกุนซือที่เปลี่ยนแปลงฟุตบอลไปตลอดกาลกับศูนย์หน้าที่โดดเด่นเรื่องการทำประตูในระดับปรากฏการณ์นั้นเป็นอะไรที่กุนซือทีมอื่น ๆ น่าจะปวดหัวในการรับมือไม่น้อย รวมถึงแฟน ๆ ทีมอื่นก็ต้องมีนั่งไม่ติดพนักกันบ้างล่ะ และหลังจากผ่านไป 20 เกมรวมทุกรายการ ฮาลันด์ก็ยิงไปถึง 26 ประตูเข้าให้แล้ว ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทีมอื่นกลัวกันจะเกิดขึ้นจริงนะ ถือว่าลูกชายของมิดฟิลด์ระดับตำนานทีมชาตินอร์เวย์มาไกลมากแล้ว ณ จุดนี้ เรามาลองดูและวิเคราะห์ถึงความสามารถในการทำประตูของเขากันหน่อยดีกว่า ไฮไลต์: ฮาลันด์ยิงไปกี่ประตูแล้วในฤดูกาลนี้ (2022/2023) สถิติรางวัลดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกจนถึงปัจจุบัน (2022/2023) รวมตลอดการค้าแข้ง ฮาลันด์ยิงไปแล้วกี่ประตู ฮาลันด์ยิงได้กี่ประตูในฤดูกาลก่อน (2021/2022) ฮาลันด์ยิงไปกี่ประตูแล้วในฤดูกาลนี้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ตอนนี้ฮาลันด์ทำได้ทั้งสิ้น 26 ประตู จาก 20 เกมรวมทุกรายการในสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ดี ณ ตอนที่เขียนบทความนี้ ทีมเรือใบสีฟ้าลงเล่นไปแล้ว 24 นัด หมายความว่าหัวหอกวัย 22 ปี ก็ไม่ได้ลงสนามช่วยทีมทุกนัด และพลาดการลงสนามไปแล้วอย่างน้อยสี่นัดด้วยกัน ไม่ว่าจะจากอาการบาดเจ็บต่าง ๆ หรือการโรเตชั่นนักเตะของเป็ป กวาดิโอล่า แต่ถึงขนาดเขาลงเล่นไม่ครบทุกนัด สถิติการทำประตูของเขาก็ยังเป็นระดับท็อปของยุโรปอยู่ดี หากนับแค่พรีเมียร์ลีกอย่างเดียว ณ ตอนที่เขียนบทความนี้ ฮาลันด์ซัลโวไปทั้งสิ้น 20 ประตูจาก 14 เกม และยังเหลืออีก 23 เกมให้เขาลงเล่นและทำประตูเพิ่ม เอาแบบไม่ต้องย้อนไปดูสถิติให้มากมาย เราคิดว่าใคร ๆ ก็น่าจะพอดูออกว่าการยิงประตูได้มากขนาดนี้ในแค่ 14 เกมพรีเมียร์ลีกนั้นมันน่ามหัศจรรย์มาก แต่ถ้าอยากเปรียบเทียบกันอย่างละเอียดหน่อย เราลองมาดูจำนวนประตูของเหล่าเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำในพรีเมียร์ลีกและรองเท้าทองคำของยุโรปในฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มากันหน่อยดีกว่า ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง รองเท้าทองคำพรีเมียร์ลีก (2018-2022) 2018 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์…
ผลการแข่งขันที่คาด เบรนต์ฟอร์ด 1-2 ลิเวอร์พูล เกร็ดน่ารู้ที่สำคัญ ลิเวอร์พูลได้สามคะแนนกลับมาจากการไปเยือนเลสเตอร์ ถึงแม้ว่าสองประตูที่พวกเขาได้นั้นจะมาจากการทำเข้าประตูของเวาต์ ฟาส เซนเตอร์แบ็คของเลสเตอร์ทั้งสองประตูก็ตาม เพราะอันที่จริงพวกเขาโดนคีย์แนน ดิวส์เบอรี่-ฮอลล์ยิงนำไปก่อนด้วย และคงจะลำบากแน่หากไม่ได้สองประตูสุดพิลึกนี้มา เบรนต์ฟอร์ดโชว์ให้เห็นถึงคลาสบอลและความนิ่งในเกมที่พวกเขาบุกไปเอาชนะเวสต์แฮมได้ถึงโอลิมปิก สเตเดี้ยม และยิงได้ถึงสองประตู อย่างไรก็ดีพวกเขาก็เฮไม่สุดเนื่องจากดาวยิงตัวแบกของทีมอย่างไอแวน โทนี่ย์ คนทำประตูแรกของทีมได้รับอาการบาดเจ็บในเกมนี้ ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด เบรนต์ฟอร์ด – ชนะ,เสมอ,ชนะ,เสมอ,เสมอ ลิเวอร์พูล – ชนะ,ชนะ,ชนะ,ชนะ,แพ้ สถิติระหว่างทั้งสองทีม ทีมผึ้งพิฆาตน่าจะหมดสิทธิใช้งานหัวหอกตัวหลักของทีมอย่าง ไอแวน โทนี่ย์ ที่ยิงไปถึง 12 ประตูแล้วในฤดูกาลนี้ ทั้งสองฝ่ายเจอกันในพรีเมียร์ลีกมาสองครั้ง โดยเป็นลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้หนึ่งครั้ง และเสมอกันไปอีกหนึ่งครั้ง นักเตะที่น่าจับตามอง ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของเบรนต์ฟอร์ดในปีนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว แต่เขาอาจจะต้องเรียกฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ หากหวังที่จะหยุดเกมรุกของลิเวอร์พูลที่เต็มไปด้วยกองหน้าความเร็วสูง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน แบ็คซ้ายของทีมหงส์แดงเพิ่งทำลายสถิติแอสซิสต์มากที่สุดตลอดกาลของตำแหน่งกองหลังไป และเขาก็น่าจะหวังคืนฟอร์มอีกครั้งในเกมนี้ หลังจากช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก
