- Walton Heath Trophy เสิร์ฟผลงานที่ทำลายสถิติ
- โอกาสสุดท้ายในการลงคะแนนเสียงสำหรับตั๋ว Open Championship ปี 2027!
- คุณพิชญ์โพธารามิก” มอบ 2 เดือนนักตบสาวไทยประกาศอัดฉีดเพิ่ม 5 เดือนสำหรับ AVC
- สมาคมกีฬาที่ประกาศให้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกันพัฒนาและองค์ความรู้ด้านกีฬา…
- ทีมชาติไทยฝึกซ้อมที่ Jakarta International Velodrome ก่อนประเดิมแรร์
- ปิดฉากโครงการ Domestic Power Volleyball 2025–2026 สวนภาคใต้ จ.ปัตตานี
- เคล็ดลับการเดิมพันฟุตบอลที่ดีที่สุดวันนี้: การดำเนินการของยูฟ่าและอีกมากมาย!
- วิธีรับตั๋วฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย: ราคา ห้องว่าง และทุกสิ่งที่แฟน ๆ จำเป็นต้องรู้
Author: admin
สารบัญ บทนำ รายชื่อนักเตะที่มีสิทธิ์ที่จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้ได้ MVP ตัวจริงของเรา บทนำ เกมลีกที่ปกติไม่เคยหยุดพักนั้นต้องถูกบีบให้หยุดลงเพื่อเปิดทางให้กับฟุตบอลโลกที่เตะในฤดูหนาวเป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่กาตาร์ ในช่วงเวลาที่ไม่มีพรีเมียร์ลีกให้ได้ชมนี้ทำให้ผมได้มีเวลาได้คิดถึงเรื่องที่ว่าใครกันที่เป็นนักเตะที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้ วัดจากฟอร์มในเกมลีกราว 14-15 นัดที่ผ่านมา มีนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นมากมายในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้และการเลือกนักเตะที่ดีที่สุดนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พวกเราจะลองสโคปให้แคบลงหน่อย และตัดให้เหลือเพียง 7 นักเตะที่โชว์ฟอร์มในลีกได้ดีที่สุดจนถึงเวลานี้ เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาดูเหล่านักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดในฤดูกาลนี้กันเลยดีกว่า รายชื่อนักเตะที่มีสิทธิ์ที่จะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ หลังจากที่ต้องเปิดศึกแย่งลายเซ็นนักเตะกับจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกทีมปัจจุบันอย่างอาร์เซน่อล ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็สามารถปาดหน้าคว้าตัวกองหลังของอาแจ็กซ์มาได้ด้วยค่าตัว 56.7 ล้านปอนด์และฟอร์มของเขานั้นก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ หลังจากที่เขาและทีมปีศาจแดงออกสตาร์ตฤดูกาลได้ไม่ค่อยดีนัก ในช่วงปรับตัวและควานหาฟอร์มเก่งในช่วงเปิดฤดูกาลใหม่ รวมไปถึงการตั้งคำถามมากมาในเรื่องของส่วนสูงที่ดูจะเตี้ยเกินไปหน่อยสำหรับตำแหน่งกองหลังของเขาอีกด้วย แต่ลิซานโดรก็สามารถจัดการโชว์ฟอร์มอุดปากเหล่าคำวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ด้วยฟอร์มที่แข็งแกร่งในการจับคู่กับราฟาเอล วาราน จนกลายเป็นหัวใจหลักในเกมรับของทีมปิศาจแดงและยังช่วยให้คู่หูของเขาโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นเมื่อจับคู่กับเขาอีกด้วย ไม่มีเซ็นเตอร์แบ็คของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคนไหนที่เข้าสกัดบอลต่อ 90 นาที มากเท่ากับลิซานโดร มาร์ติเนซอีกแล้วที่อัตรา 0.97 ต่อเกมทั้งฤดูกาล อ้างอิงจาก FBRef มีเพียงแฮร์รี่ แม็คไกวร์เท่านั้น ซึ่งตัวเขานั้นลงเล่นน้อยกว่ามาร์ติเนซเอามาก ๆ ที่อัตรา 1.42 ครั้งต่อเกม ความสามารถในการจ่ายบอลที่โดดเด่นของมาร์ติเนซนั้นยังเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของสไตล์การครองบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเขามีส่วนเป็นอย่างมากในการพาบอลจากหลังขึ้นหน้า อัตราการจ่ายบอลขึ้นหน้าที่ 1.87 ครั้งต่อเกมนั้นมีเพียงวิคตอร์ ลินเดอเลิฟเท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขา ซึ่งลินเดอเลิฟก็ลงเล่นน้อยกว่ามาร์ติเนซในฤดูกาลนี้เป็นอย่างมากอีกเช่นกัน กาเบรียล เชซุส อาร์เซน่อล – เป็นทีมที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้อย่างเห็นได้ชัด – พวกเขามีแต้มทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่างเรือใบสีฟ้าอย่าง 5 แต้มไปแล้วก่อนเข้าช่วงพักเบรคและพวกเขาก็จะยังคงเป็นจ่าฝูงในช่วงคริสต์มาสที่จะถึงนี้ หนึ่งในเหตุผลหลักที่เหล่าเดอะ กันเนอร์สเป็นจ่าฝูงอยู่ได้นั้นก็คือกาเบรียล เชซุส อาร์เซน่อลจ่ายเงินค่าตัว 45 ล้านปอนด์ให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพื่อคว้าตัวเขามาร่วมทีมและเขาก็เป็นนักเตะที่เหมาะเจาะกับทีมของมิเกล อาร์เตต้าเป็นอย่างมาก โดยศูนย์หน้าหนุ่มอดีต “นักเตะส่วนเกินของเรือใบสีฟ้า” จัดไปแล้ว 5 ประตูและแอสซิสต์ไปอีก 5 ครั้งตลอด 14 เกมที่เขาลงเล่นในฤดูกาลนี้ แต่การคิดว่าเขามีค่าต่อทีมเฉพาะในเรื่องของการมีส่วนร่วมในการทำประตูนั้นจะทำให้คุณมองไม่เห็นภาพรวมของเขากับทีม เชซุสวิ่งพล่านไปทั่วสนามในฤดูกาลนี้และก็ยังโชว์ฟอร์มให้กับทีมได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การลงต่ำไปรับบอลและช่วยการสร้างจังหวะของเกมไปจนถึงการไล่เพรสบอลจากแดนบน เชซุสทำทุกอย่างเพื่อทีมและเป็นนักเตะที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยล่ะ เขาอาจจะไม่ได้มีคุณภาพดีเทียบเท่ากับกองหน้าคนอื่น ๆ ในลีก แต่เขาถือเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดของอาร์เซน่อลอย่างแน่นอน วิลเลี่ยม ซาลิบา นักเตะของอาร์เซน่อลอีกคนที่จะต้องอยู่ในลิสต์นี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยนั่นก็คือวิลเลี่ยม ซาลิบา มิเกล…
สารบัญ บทนำ – ตลาดซื้อขายช่วงเดือนมกราคม สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่จ้องจะซื้อนักเตะเพิ่ม สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่เล็งจะขายนักเตะออก นักเตะเป้าหมายในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ นักเตะ เป้าหมายที่มีสิทธิ์โดนซื้อตัวในช่วงตลาดซื้อขายนี้ บทนำ เหล่าสโมสรฟุตบอลจะได้พักหายใจในช่วงนี้และรับชมฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกนั้นจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว และนี่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตารางการแข่งขันในช่วงกลางฤดูกาลและยังมีส่วนที่อาจจะทำให้แผนการของแต่ละสโมสรในพรีเมียร์ลีกนั้นเปลี่ยนแปลงไปอีกเช่นกัน จากการที่ฟุตบอลโลกเตะกันในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงธันวาคม ตลาดซื้อขายในช่วงเดือนมกราคม 2023 นั้นมีสิทธิ์ที่จะเป็นตลาดซื้อขายในช่วงฤดูหนาวที่ยุ่งวุ่นวายมากที่สุดตลอดกาลเลยล่ะ พวกเขาจะมาดูกันว่าแต่ละทีมในพรีเมียร์ลีกจะทำอะไรกันบ้างหลังจากจบทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์ สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่จ้องจะซื้อนักเตะเพิ่ม ช่องว่างทางด้านการเงินระหว่างสโมสรในพรีเมียร์ลีกและสโมสรอื่น ๆ ใน 5 ลีกใหญ่นั้นยังคงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและในช่วงตลาดซื้อขายฤดูร้อนที่ผ่านมานั้นก็เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงช่องว่างนั้น สถิติการซื้อตัวรวมกันของพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นั้นอยู่ที่ 2.237 พันล้านยูโร ในขณะที่อันดับที่สองคือเซเรีย อาจากอิตาลีซึ่งใช้เงินไปเพียง 749.2 ล้านยูโรเท่านั้น คิดเป็นส่วนต่างมากถึง 1.5 พันล้านยูโรเลยทีเดียว นั่นถือเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่ไม่มีทีท่าจะขยับเข้าใกล้กันได้เลยในเร็ว ๆ นี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าพรีเมียร์ลีกนั้นดึงดูดเหล่านักเตะที่ดีที่สุดจ่ากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากแต่ละสโมสรนั้นมีเงินมากพอที่จะจ่ายให้เหล่านักเตะได้ ซึ่งมากกว่าทุก ๆ ที่ ๆ พวกเขาจะหาได้แล้วในโลก เมื่อรวมถึงความจริงที่ว่าเหล่าทีมกลางตารางก็ยังมีเงินพอที่จะคว้าตัวผู้จัดการทีมระดับแชมเปี้ยนส์ลีกมาได้นั้น มันก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะต้านทานเรื่องเงินได้ แน่นอนว่ามันจะต้องมีปัญหาในช่วงฟุตบอลโลกสำหรับเหล่านักเตะที่ดีที่สุดเนื่องจากแต่ละทีมก็จะพยายามไต่เต้าให้ได้อันดับที่ดีกว่าเดิมในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่หนักหน่วง เหล่านักเตะดาวรุ่งที่อยู่ในเรดาร์ของเหล่าสโมสรยักษ์ใหญ่นั้นก็จะจับตาดูในตอนที่พวกเขาลงเล่นให้กับทีมชาติในเวทีฟุตบอลโลกอีกเช่นกัน ฟุตบอลโลกนั้นอาจจะทำให้ทีมเหล่านี้ได้เจอกับนักเตะใหม่ ๆ ที่น่าสนใจและอยู่นอกเรดาร์ของพวกเขามาตลอด หรือกลับกันอาจจะลดทอนความสนใจของพวกเขาในตัวของนักเตะบางคนลง เพราะโชว์ฟอร์มในฟุตบอลโลกไม่ได้ตามที่สโมสรคาดหวังเอาไว้และเลิกไล่ล่าคว้าตัวพวกเขาไป ส่วนเหล่าตัวนักเตะบางรายเองก็รู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่แค่การโชว์ฟอร์มให้ดีเพื่อชาติของพวกเขาเท่านั้น แต่มันคือความหวังในการโชว์ฟอร์ม เพื่อที่จะได้ย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกเพื่อโกยเงินอีกด้วย เหล่าสโมสรบนหัวตารางและกลางตารางของพรีเมียร์ลีกนั้นจะมองหาการซื้อนักเตะด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน โดยหลักแล้ว เป้าหมายคือเพื่อประสบความสำเร็จในสนาม แต่สำหรับสโมสรกลางตารางแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักจะเป็นฝ่ายที่ต้องขายนักเตะออกไปนั้น พวกเขาจะมองหาโอกาสในการคว้าตัวนักเตะที่ยังไม่โด่งดังมากนักมากกว่า เพื่อที่จะคว้าตัวนักเตะได้ในราคาถูกโดยถือเป็นการลงทุนสำหรับอนาคตไปในตัว สโมสรกลางตารางทีมอื่น ๆ จะมองหาโอกาสในการคว้าตัวนักเตะที่จะเข้ามาเพิ่มศักยภาพของทีมในระยะยาวและช่วยให้พวกเขาขยับขึ้นไปเป็นทีม “บิ๊กซิกส์” ทีมหัวตารางหรืออีกชื่อที่เรียกว่า “บิ๊กซิกส์” นั้นโดยปกติแล้ว พวกเขาจะจับตาดูเหล่านักเตะมากพรสวรรค์ เหล่านักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลกนั้นจะดึงดูดเหล่าสโมสรมากมายพร้อมกับค่าตัวอีกมหาศาลเลยล่ะ นักเตะเหล่านี้ถือเป็นนักเตะที่จะย้ายมาสโมสรใหญ่เพื่อก้าวขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ด้วยการที่ฤดูกาลจะกลับมาเตะทันทีหลังจากจบทัวร์นาเมนต์นี้ พวกเขาก็คาดหวังว่าจะสร้างอิมแพ็คให้กับทีมใหม่ได้ทันทีอีกเช่นกัน แต่คงจะไม่ใช่ทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่จะมองหาโอกาสในการคว้าตัวนักเตะหลังจากจบฟุตบอลโลก เพราะสุดท้ายแล้วฟุตบอลโลกนั้นก็เป็นเพียงทัวร์นาเมนต์สั้น ๆ และฟอร์มที่ดีในช่วงเพียง 5-6 เกมนั้นก็ไม่ได้การันตีถึงศักยภาพที่แท้จริงของตัวนักเตะเอง แน่นอนว่าบางทีมจะประวิงเวลาและรอจนถึงในช่วงซัมเมอร์ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจ อย่างไรก็ดี พวกเขาจะต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง เพราะมีความเป็นไปได้ที่นักเตะเป้าหมายของพวกเขาที่อาจจะมีสิทธิ์โดนทีมอื่นฉกตัดหน้าไปเช่นกัน สโมสรในพรีเมียร์ลีกที่เล็งจะขายนักเตะออก เหล่าสโมสรที่จะขายนักเตะในลีก (และนอกเหนือจากนั้น) จะหวังให้เหล่านักเตะของพวกเขานั้นโชว์ฟอร์มได้ดีในทัวร์นาเมนต์นี้ ยิ่งนักเตะของพวกเขาโชว์ฟอร์มได้ดีมากเท่าไหร่ พวกเขาจะยิ่งปั่นราคาได้มากขึ้นเท่านั้นและปล่อยในราคาที่สูงที่สุดได้ หากมีบางทีมตัดสินใจที่จะไม่ซื้อตัวในช่วงตลาดซื้อขายช่วงเดือนมกราคมและนักเตะเหล่านั้นกลับโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล มูลค่าของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังคำคมที่ว่า “มูลค่าในอดีตไม่ใช่มูลค่าในปัจจุบัน” หากพวกเขาดูไบรท์ตันเป็นตัวอย่าง พวกเขามีมอยเซส ไซเซโด้, คาโอรุ มิโตมะและอเล็กซิส…
ผลการแข่งขันที่คาด ตูนิเซีย 0-3 ฝรั่งเศส สนาม: เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดี้ยม ทีมแชมป์เก่าอย่างฝรั่งเศสจะลงป้องกันแชมป์ในเกมที่พวกเขาจะเจอกับตูนิเซียในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่มดี หากพวกเขาคว้าชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันได้ มันก็น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับพวกเขาได้บ้างไม่มากก็น้อย ก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป ตูนิเซียจะต้องมองหาทางที่จะพลิกล็อคคว่ำฝรั่งเศสให้ได้หากพวกเขาหวังที่จะทะลุไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่โอกาสของพวกเขานั้นน้อยมาก เนื่องจากเดนมาร์กจะเจอกับออสเตรเลียในนัดสุดท้าย ฟอร์ม: ตูนิเซีย ฟอร์มของตูนิเซียก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกนั้นถือว่าดีเอามาก ๆ ตลอด 13 เกมที่พวกเขาลงเล่นในปีนี้ ตูนิเซียเก็บชัยชนะไปได้ 7 เกม เสมอ 2 และแพ้ 4 นัด พวกเขามีสถิติในเกมรับที่ยอดเยี่ยม เก็บคลีนชีทไปได้ถึง 8 จาก 13 เกมดังกล่าว พวกเขาเป็นทีมที่เสียประตูยากมากและจะน่าจะหวังใช้จุดเด่นนั้นในการหยุดเกมรุกของฝรั่งเศสให้ได้ ฟอร์ม: ฝรั่งเศส ภารกิจในการป้องกันแชมป์ของฝรั่งเศสนั้นยังคงดำเนินต่อไป พวกเขาหวังที่จะคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันให้จงได้ ฟอร์มของฝรั่งเศสก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกนั้นดูน่าเป็นห่วงเอามาก ๆ เนื่องจากพวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียง 2 จาก 8 เกมที่พวกเขาลงเล่นในปี 2022 แต่ฟอร์ม 2 เกมแรกในฟุตบอลโลกของพวกเขานั้นก็ทำให้ความน่ากังวลใจลดลงไปอย่างมาก ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร เกมนี้จะเป็นเกมนัดที่ 3 ที่ทั้งสองทีมโคจรมาเจอกัน ฝรั่งเศสจะมองหาโอกาสในการรักษาสถิติไร้พ่ายในการเจอกับตูนิเซียและเราก็ยังเชื่อใจว่าพวกเขาน่าจะจัดการเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนักด้วยสกอร์ 3-0 ด้านตูนีเซีย ความพ่ายแพ้ในเกมนี้อาจจะหมายถึงการปิดฉากเส้นทางในฟุตบอลโลกครั้งนี้ของพวกเขาอีกด้วย
ผลการแข่งขันที่คาด เวลส์ 1-0 อังกฤษ สนาม: อาห์เหม็ด บิน อาลี สเตเดี้ยม เกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่มบีจะเป็นเกมที่สองทีมในสหราชอาณาจักรโคจรมาเจอกัน แน่นอนว่าเกมระหว่างเวลส์กับอังกฤษเป็นหนึ่งในเกมที่น่าจับตามอง เพราะเวลส์จะมองหาโอกาสในการการันตีการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในขณะที่อังกฤษนั้นลอยลำผ่านเข้ารอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่พวกเขาก็คงหวังที่จะรักษาสถิติเก็บชัยชนะได้ 3 เกมติดต่อกันก่อนที่จะลงเล่นในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟอร์ม: เวลส์ เวลส์จะลงเล่นในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 1958 และพร้อมที่จะโชว์ฟอร์มที่แข็งแกร่งออกมาเพื่อที่จะเดินตามรอยความสำเร็จของนักเตะยุคก่อนให้ได้ ก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ฟอร์มของเวลส์นั้นถือว่าไม่ค่อยสู้ดีนัก จากการที่แพ้ไปถึง 4 เกมและเสมออีก 1 เกมตลอด 5 เกมหลังสุดและถ้าหากคุณมองดูสถิติของพวกเขาที่ลงเล่นในปี 2022 พวกเขาเอาชนะได้เพียง 2 จาก 9 เกมหลังสุด ซึ่งชัยชนะ 2 เกมนั้นเป็นชัยชนะที่พาพวกเขามาถึงฟุตบอลโลกที่กาตาร์ ฟอร์ม: อังกฤษ ทีมสิงโตคำรามถือเป็นหนึ่งในทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปีนี้และพวกเขาก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะคว้าแชมป์กลับบ้านให้ได้ แชมป์สมัยเดียวของพวกเขานั้นเกิดขึ้นในปี 1966 และ 56 ปีผ่านไปหลังจากนั้น พวกเขาก็ไม่เคยคว้าแชมป์โลกได้อีกเลย และตอนนี้พวกเขามีนักเตะมากพรสวรรค์มากมายและคุณภาพคับทีมระดับดีพอที่จะคว้าแชมป์อีกครั้ง เช่นเดียวกับเวลส์ ฟอร์มของพวกเขาก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก ด้วยชัยชนะเพียง 2 เกมตลอดทั้งปี พวกเขาควานหาชัยชนะไม่เจอเลยตลอด 6 เกมหลังสุดก่อนที่จะลงเล่นฟุตบอลโลก อาการบาดเจ็บของนักเตะตัวหลักอย่างไคล์ วอร์คเกอร์และรีซ เจมส์ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับพวกเขา ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร พวกเราเชื่อมือเวลส์ในเกมนี้ เพราะว่าเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว อังกฤษคงจะอยู่ในจุดที่พวกเขาลอยลำผ่านเข้ารอบไปได้แล้ว ในขณะที่เวลส์จะยังคงต้องการคะแนนเพื่อการันตีอันดับ 2 ของกลุ่ม ด้วยคุณภาพของทีมชาติเวลส์และนักเตะอย่างแกเร็ธ เบล เวลส์มีสิทธิ์ที่จะพลิกล็อคเอาชนะในเกมนี้ไปได้
ผลการแข่งขันที่คาด เกาหลีใต้ 1-2 โปรตุเกส สนาม: เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดี้ยม เกมนัดที่ 3 ของกลุ่มเอชจะเป็นการรีแมตช์ของเกมในฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งเกมนั้นผลจบลงด้วยชัยชนะที่ยอดเยี่ยมของทีมเจ้าภาพร่วมเกาหลีใต้ด้วยสกอร์ 1-0 โดยเกาหลีใต้ลงเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกันเข้าให้แล้ว แล้วยังเป็นทีมเดียวในเอเชียที่เคยทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศอีกด้วย แต่พวกเขาก็มีงานหนักในการเจอกับทีมอันดับที่ 9 ของโลกและเต็งแชมป์กลุ่มรออยู่ ฟอร์ม: เกาหลีใต้ เกาหลีใต้เป็นทีมที่มีประสบการณ์ในเวทีระดับนี้มากที่สุดในทวีปเอเชียแล้ว การันตีจากการที่พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้ถึง 10 ครั้ง โดยลูกทีมของเปาโล เบนโต้กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีด้วยชัยชนะ 8 เสมอ 2 และแพ้ 2 ตลอด 12 เกมหลังสุด แต่พวกเขาจะต้องกังวลกับสถิติที่ย่ำแย่ในรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลกอยู่บ้างอย่างแน่นอนแต่ถึงกระนั้น เกาหลีใต้จะลงเล่นด้วยใจเกินร้อยแบบเดียวกับที่พวกเขาเคยทำได้ในฟุตบอลโลก 2018 แน่นอน ที่พวกเขาเอาชนะทีมแชมป์เก่าอย่างเยอรมันไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ฟอร์ม: โปรตุเกส โปรตุเกสกลายมาเป็นทีมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นจาก 4 ปีที่ผ่านมาและยังมีแรงผลักดันเพิ่มขึ้นไปอีกจากการที่มันจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่อย่างไรก็ตาม แนวรับที่ไม่ได้แข็งแกร่งมากนั้นอาจจะเป็นปัญหาได้ หากพวกเขามองถึงการเป็นแชมป์ในฟุตบอลโลกที่กาตาร์ เมื่อดูจากสถิติแล้ว โปรตุเกสเอาชนะไปได้ 5 เกม เสมอ 2 จาก 10 เกมหลังสุดและพวกเขาก็ดูดีพอที่จะเอาชนะเกาหลีใต้ได้อย่างแน่นอน ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร โปรตุเกสมีโอกาสที่จะเก็บ 3 คะแนนในเกมนี้และจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่มเอช ถึงแม้ว่าเกาหลีใต้จะเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่ง แต่โปรตุเกสน่าจะเบียดเอาชนะไปได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้พวกเขาไปไกลกว่ารอบ 16 ทีมสุดท้าย รอบที่พวกเขาไม่เคยไปถึงอีกเลยนับตั้งแต่ที่พวกเขาทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกปี 2006
ผลการแข่งขันที่คาด เซอร์เบีย 2-1 สวิตเซอร์แลนด์ สนาม: สเตเดี้ยม 974 คู่นี้จะเป็นศึกระหว่างทีมจากยุโรปพบกันเองในเกมนัดสุดท้ายของกลุ่มจี เมื่อเซอร์เบียจะพบกับสวิตเซอร์แลนด์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018 ที่สวิตเซอร์แลนด์เอาชนะเซอร์เบียไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 ในครั้งนี้ เกมนี้น่าจะเป็นเกมที่จะตัดสินชะตาว่าใครจะเป็นฝ่ายตามบราซิลเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้ ฟอร์ม: เซอร์เบีย เซอร์เบียพลิกล็อกเอาชนะโปรตุเกสได้ในเกมนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือก จนสามารถตีตั๋วมาฟุตบอลโลกที่กาตาร์ได้แบบอัตโนมัติในฐานะแชมป์กลุ่ม เซอร์เบียนั้นกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกและพวกเขาก็หวังที่จะรักษาฟอร์มนั้นไว้และใช้โมเมนตั้มจากฟอร์มที่ดีนั้นเอาชนะสวิตเซอร์แลนด์ให้ได้ โดยสถิติ 10 เกมหลังสุด พวกเขาเอาชนะไปได้ 7 เกมและเสมออีก 1 เกม แพ้เพียง 2 เกมเท่านั้น หลังจากการแยกประเทศ เซอร์เบียลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุด แต่ก็ไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งหมดทั้งมวลนี้อาจจะเปลี่ยนไปในฟุตบอลโลกที่กาตาร์ในครั้งนี้ ฟอร์ม: สวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์หวังที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันในฟุตบอลโลกและพวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่สม่ำเสมอในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะออกสตาร์ทได้อย่างย่ำแย่ในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก แต่สวิตเซอร์แลนด์ก็เอาชนะได้ทั้งโปรตุเกส, สาธารณรัฐเช็กและสเปนได้ใน 3 เกมหลังสุด ซึ่งทำให้พวกเขาได้ขวัญและกำลังใจไปอย่างล้นหลาม พวกเขาจะท้าชนกับเซอร์เบียได้อย่างสนุก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคนิคหรือแท็คติก ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร ทั้งสองทีมจะเปิดเกมรุกเข้าใส่กันและเกมนี้อาจจะเป็นเกมที่ตัดสินได้เลยว่าเซอร์เบียหรือสวิตเซอร์แลนด์จะเป็นฝ่ายผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่สุดท้ายแล้ว เซอร์เบียนั้นเป็นทีมที่ยากที่จะเอาชนะได้และพวกเขาก็น่าจะเฉือนเอาชนะไปได้ในเกมที่สุดสูสีในนัดนี้
ผลการแข่งขันที่คาด ซาอุดิอาระเบีย 0-2 เม็กซิโก สนาม: ลูเซล ไอคอนิค สเตเดี้ยม ซาอุดิอาระเบียและเม็กซิโกจะลงสนามเจอกันในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่มซี ฝ่ายเม็กซิโกจะยังคงต้องเดินหน้าไล่ล่าพื้นที่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป พวกเขารู้ดีว่าชัยชนะในเกมนี้จะช่วยให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการที่จะผ่านเข้ารอบ เนื่องจากโปแลนด์จะต้องเจอกับอาร์เจนติน่าในนัดสุดท้าย ส่วนซาอุดิอาระเบีย จะลงเล่นในเกมสุดท้ายของพวกเขาในฟุตบอลโลกหนนี้ในเกมที่พวกเขาไม่น่าจะสามารถต้านทานเม็กซิโกที่กำลังร้อนแรงได้ ฟอร์ม: ซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกหนนี้ ซาอุดิอาระเบียถือเป็นหนึ่งในทีมที่ดูแล้วน่าจะไม่น่าจะสู้กับทีมอื่น ๆ ได้และจะต้องตกรอบอย่างรวดเร็วในฟุตบอลโลกหนนี้ และก็ไม่น่าจะมีใครแปลกใจที่พวกเขาตกอยู่ในจุดนี้ ตลอด 9 เกมก่อนที่ฟุตบอลโลกจะมาถึง ซาอุดิอาระเบียเอาชนะไป 3 เกม เสมอ 3 และแพ้ไปอีก 3 เกม ด้วยชัยชนะกับทีมอย่างออสเตรเลีย, โอมานและไอซ์แลนด์และพ่ายให้กับทีมอย่างโคลัมเบีย, เวเนซูเอล่าและญี่ปุ่น พวกเขาดูไม่ใช่ทีมที่ดีพอในการที่จะสร้างปัญหาให้กับทีมอื่น ๆ เลยและพวกเขาก็อาจจะต้านทานเม็กซิโกไม่ไหวเช่นเดียวกัน ฟอร์ม: เม็กซิโก เม็กซิโกรู้ดีว่าหากพวกเขาเก็บ 3 คะแนนในเกมนี้ไม่ได้ มันจะส่งผลต่อโอกาสในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ของพวกเขาในฟุตบอลโลกหนนี้ เม็กซิโกทำได้ดีในการเป็นแชมป์กลุ่มร่วมในรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ แต่ฟอร์มล่าสุดของพวกเขาก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกนั้นไม่ได้ดีซักเท่าไหร่เลย ตลอด 9 เกมที่พวกเขาลงเล่นนับตั้งแต่ผ่านเกมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก พวกเขาเอาชนะไปได้ 3 เกม เสมอ 3 และแพ้อีก 3 เกมโดยเก็บคลีนชีทได้เพียง 4 เกมเท่านั้น ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร เม็กซิโกจะเก็บชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ในเกมที่พวกเขาจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้ ซาอุดิอาระเบียจะพยายามอย่างถึงที่สุดในการที่จะสร้างปัญหาให้กับเม็กซิโก แต่พวกเขาก็คงต้องกระเด็นตกรอบไปอยู่ดี
ผลการแข่งขันที่คาด กาน่า 0-2 อุรุกวัย สนาม: อัล จานูบ สเตเดี้ยม เกมนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่มเอชเป็นเกมที่น่าจับตามองระหว่างสองทีมที่ไม่น่าจะเป็นคู่ปรับกันได้เลยตามประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก เกมนี้ดูเหมือนจะเป็นเกมภาคต่อของเกมนัดก่อนรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกปี 2010 ที่หลุยซ์ ซัวเรซใช้มือปัดลูกบอลออกจากหน้าปากประตูเพื่อสกัดดาวรุ่งไม่ให้ทีมจากแอฟริกันทะลุไปถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทวีป บนทวีปของพวกเขาเองที่แอฟริกาใต้ ถึงแม้ว่าแฟนบอลของอุรุกวัยจะแย้งได้ว่าก็เป็นเพราะว่าอซาโมอาห์ กียานเป็นคนที่ยิงจุดโทษไม่เข้าเองก็ตาม เกมนี่ถือเป็นเกมที่รอล้างแค้นมาอย่างยาวนานถึง 12 ปีและหากการแย่งอันดับในกลุ่มที่สูสีกันนั้นก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มความดุเดือดให้เกมนี้มากขึ้นไปอีก ฟอร์ม: กาน่า กาน่าที่พลาดฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียนั้นถือว่าหลายฝ่ายให้ความคาดหวังค่อนข้างต่ำในฟุตบอลโลก 2022 ทีมชาติกาน่านั้นไม่ได้มีนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์มากมายเท่าที่พวกเขาเคยมีเหมือนในฟุตบอลโลกครั้งก่อน ๆ แล้วและพวกเขาก็จะต้องอดทนและเล่นเกมรับให้แน่นเข้าไว้ก่อน กาน่าถือว่ามีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก แต่พวกเขากลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดแย่ในปีนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทะลุเข้ามาถึงฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้จากกฏประตูทีมเยือนในเกมรอบเพลย์ออฟก็ตาม พวกเขาเอาชนะได้ 2 เกม, เสมอ 2 และแพ้ไปอีก 2 ตลอด 6 เกมหลังสุดหลังจากที่พวกเขาผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้แล้ว ฟอร์ม: อุรุกวัย อุรุกวัยถือเป็นทีมที่หลายฝ่ายให้ความคาดหวังและพวกเขาก็จะหวังพึ่งฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาในเกมนัดนี้ ทีมเจ้าของแชมป์โลก 2 สมัยเอาชนะได้ถึง 7 จาก 9 เกมในปีนี้ – โดยแพ้ 1-0 และเสมอ 0-0 ในสองเกมที่เหลือ – และแน่นอน พวกเขาก็หวังที่จะขยี้กาน่าให้ได้ ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร มีเพียงอารมณ์ร่วมกับเกมเท่านั้นที่พอจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้กับกาน่าให้เค้นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ แต่ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร กาน่าก็อยากที่จะสร้างชื่อให้กับพวกเขาเองก่อนที่จะจบรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2022 เมื่อดูตามรายชื่อนักเตะแล้ว อุรุกวัยน่าจะกอดคอผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพร้อมกับโปรตุเกสได้และพวกเขาก็หวังที่จะใช้โมเมนตั้มที่ดีของพวกเขาเพื่อเอาชนะกาน่าให้ได้
ผลการแข่งขันที่คาด เอกวาดอร์ 0-1 เซเนกัล สนาม: คาห์ลิฟา อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม เซเนกัลและเอกวาดอร์จะลงเล่นพบกันในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ในเกมที่น่าจะเป็นเกมที่ตัดสินว่าใครจะเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มเอและจะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้ ฟอร์ม: เอกวาดอร์ เอกวาดอร์จะมองหาโอกาสในการทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์เป็นครั้งแรกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกเพียงครั้งที่ 4 ของพวกเขา แถมพวกเขายังพลาดโอกาสในการลงเล่นในฟุตบอลโลก 2 สมัยล่าสุดนับตั้งแต่เปิดศตวรรษใหม่มา และพวกเขาก็หวังที่จะเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขานั้นไม่ใช่แค่ไม้ประดับในทัวร์มาเมนต์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่แม้ใครเลยตลอด 6 เกมหลังสุด แต่พวกเขาก็เก็บชัยชนะได้เพียง 2 เกมและเสมอไปถึง 4 เกม ในระหว่างนั้น พวกเขายิงประตูได้เพียง 3 ประตูและเสียไป 1 ประตูในเกมที่พบกับอาร์เจนติน่า สถิตินี้บ่งชี้ให้เห็นว่าพวกเขาเป็นทีมที่มีแนวรับที่แข็งแกร่ง แต่ขณะเดียวกันก็ขาดความเฉียบคมในแนวรุก ฟอร์ม: เซเนกัล ทีมแชมป์ทวีปแอฟริกาอย่างเซเนกัลหวังที่จะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาเพื่อประกาศศักดาให้โลกได้เห็น ว่าทีมระดับแชมป์ทวีปแอฟริกานั้นก็มีดีเหมือนกัน พวกเขานั้นยังไม่แพ้ใครเลยตลอด 5 เกมหลังสุด เซเนกัลจะลงเล่นในเกมนี้ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม อันที่จริงแล้ว เกมที่พวกเขาแพ้ให้กับอียิปต์ไปด้วยสกอร์ 1-0 นั้นเป็นเกมเดียวที่พวกเขาพลาดท่าแพ้ในปี 2022 จากการลงเล่น 12 เกม เซเนกัลจะมองหาโอกาสในการผ่านรอบก่อนรองชนะเลิศแบบที่พวกเขาทำได้ในฟุตบอลโลกปี 2002 และชัยชนะในเกมนี้ที่จะส่งผลให้พวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็จะช่วยทำให้พวกเขาเข้าใกล้เป้าหมายขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร เกมนี้จะเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมโคจรมาเจอกัน ซึ่งมันจะเป็นเกมที่ตัดสินว่าใครจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนเนเธอร์แลนด์ เต็งแชมป์ของกลุ่มจะลงเล่นกับกาตาร์ในเกมนัดสุดท้าย ซึ่งทั้งสองทีมนั้นรู้ดีว่าเกมนี้เป็นเกมที่พวกเขาจำเป็นจะต้องเอาชนะให้ได้ เกมนี้จะเป็นเกมที่สูสีมาก เนื่องจากทั้งสองทีมต่างก็หวังที่จะเอาชนะให้ได้ แต่เราเชื่อว่าเซเนกัลมีดีพอที่จะเก็บ 3 คะแนนในเกมสุดสำคัญนี้และตีตั๋วเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์ได้สำเร็จ
ผลการแข่งขันที่คาด คอสตาริก้า 1-3 เยอรมัน สนาม: อัล บายท์ สเตเดี้ยม คอสตาริก้าจะลงเล่นเจอกับทีมยักษ์ใหญ่ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในกลุ่มอี และพวกเขาก็หวังที่จะทิ้งทวนแบบสวย ๆ ในเกมที่พวกเขาจะต้องเจอกับทีมแชมป์โลกปี 2014 ในเกมนัดที่ 3 ของรอบแบ่งกลุ่ม โดยทั้งสองฝ่ายเคยเจอกันมาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเป็นเยอรมันที่เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 4-2 ในเกมนัดเปิดสนามฟุตบอลโลกปี 2006 ฟอร์ม: คอสตาริก้า คอสตาริก้าพึ่งได้พึ่งได้รับการยอมรับจากการเป็นทีมจากอเมริกากลางที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดทีมหนึ่ง ซึ่งพวกเขาเคยลงเล่นในฟุตบอลโลกมากกว่า 5 ครั้ง จุดสูงสุดที่พวกเขาเคยไปถึงคือรอบก่อนรองชนะเลิศกับบราซิลเมื่อปี 2014 และฟอร์มปัจจุบันของพวกเขานั้นก็มีเกมรับที่แข็งแกร่งเอามาก ๆ แต่กลับมีปัญหายิงประตูได้ไม่มากพอ ลูกทีมของหลุยซ์ เฟอร์นันโด ซัวเรซออกสตาร์ทรอบคัดเลือกได้ไม่ค่อยดีนัก แต่พวกเขาก็ร่วมแรงร่วมใจกันดเรียกฟอร์มเก่งจนสามารถทำสถิติไร้พ่าย 8 เกมติดต่อกันจนทะลุมาถึงฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะนิวซีแลนด์ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ในเกมเพลย์ออฟในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หนำซ้ำ พวกเขาเอาชนะได้ถึง 8 เกม เสมอไปอีก 2 จาก 11 เกมหลังสุดที่พวกเขาลงเล่นในปี 2022 ฟอร์ม: เยอรมัน หลังจากที่กลายมาเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายประจำปี 2022 จากผลที่พวกเขาเอาชนะมาซิโดเนียเหนือไปได้ด้วยสกอร์ 4-0 แต่ฟอร์มก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกนั้นจะทำให้ทีมอื่น ๆ ในกลุ่มอีต้องลูบปากเลยล่ะ เพราะก่อนหน้าฟุตบอลโลก เยอรมันสามารถเก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียวตลอดทั้งปี เยอรมันเสมอไป 5 เกมและเอาชนะได้ 2 จาก 8 เกมหลังสุด แต่พวกเขาแพ้เพียงแค่เกมเดียวตลอด 15 เกมหลังสุดภายใต้การคุมทีมของฟลิคและหวังที่จะกอบกู้ความยิ่งใหญ่ของทีมกลับมาให้ได้ จากฟอร์มที่น่าผิดหวังจนทำให้พวกเขากระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2018 ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร ทีมอันดับที่ 11 ของโลกนั้นไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้เลยแม้แต่เกมเดียวตลอด 7 เกมหลังสุดก่อนที่จะลงเล่นในฟุตบอลโลกและทีมจากอเมริกากลางก็หวังที่จะพังประตูผ่านมือของมานูเอล นอยเออร์ให้ได้ ด้วยเกมที่เยอรมันอาจจะต้องการผลการแข่งขันที่ดีในเกมนี้หลังจากที่เจอมาแล้วทั้งญี่ปุ่นและสเปน พวกเขาอาจจะไม่เปิดโอกาสให้คอสตาริก้าได้ลืมตาอ้าปากเลยล่ะ
