พรีเมียร์ลีกไม่ได้ถูกจัดให้เป็นลีกที่ดีที่สุดเพราะโชคช่วยหรือมูลค่านักเตะอย่างเดียว แต่เพราะแรงกดดันมหาศาลและระดับของฟุตบอลในลีกที่สูงมาก ๆ จากการมีทีมและนักเตะระดับโลกอยู่เต็มลีกไปหมด 

ไม่ใช่นักเตะทุกคนที่จะสามารถเล่นในพรีเมียร์ลีกได้ คำพูดนี้ยังคงเป็นจริงเสมอ ในหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นดาวเตะจากหลายลีกที่ทำผลงานได้ดีในลีกอื่น ๆ แต่พอย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกลับเล่นไม่ดีเหมือนเดิม และ

มีผลงานที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า 

ในบทความวันนี้ เราจะพาไปดู 10 นักเตะกองหลังที่มีค่าตัวแพง แต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มในพรีเมียร์ลีกได้ 

แต่ก่อนอื่น เราไปทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า ว่าทำไปนักเตะกองหลังถึงโชว์ฟอร์มได้ลำบากในฟุตบอลอังกฤษ

ทำไมกองหลังเล่นไม่ดีเหมือนที่เคยในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกมีชื่อเสียงในเรื่องการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อนักเตะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักเตะดาวรุ่งหรือตัวเก๋า 

นักเตะที่ย้ายมาจากลีกอื่นจะต้องปรับตัวให้เข้ากับลีกอังกฤษ ทั้งในเรื่องแผนและสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของฟุตบอลอังกฤษ ทำให้นักเตะจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัว และยากที่จะปรับตัวได้ สำหรับกองหลัง นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมพวกเขาถึงฟอร์มดร็อปลงไป

ตำแหน่งแผงหลังเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ลีกที่มีการแข่งขันสูง สปีดเกมเร็ว และไม่มีอะไรแน่นอน และนี่ก็คือเสน่ห์ของมัน เหล่ากองหลังไม่สามารถจะสมาธิหลุดได้เลย ในเกมที่อาจตัดสินผลแพ้ชนะกันได้ด้วยประตูเพียงประตูเดียว 

สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ลีกอังกฤษนั้นโหดหินที่สุด แม้นักเตะที่ย้ายมาจะเป็นนักเตะมากพรสวรรค์หรือประสบการณ์สูงก็ตาม และนี่ก็คือ 6 นักเตะตัวอย่างของกองหลังที่ครั้งหนึ่งเคยถูกคาดหวังให้เป็นตัวหลักของทีม จนมีค่าตัวสูงลิ่ว ส่วนนักเตะ 6 คนจะเป็นใครกันบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:

น่าจะเป็นคนแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึงในปัจจุบัน หากพูดถึงดีลกองหลังที่พังไม่เป็นท่าในช่วง 10 ปีหลัง ในฤดูกาล 2021/2022 นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตกต่ำลงอย่างมาก และน่าจะเรียกได้ว่าตกต่ำถึงขีดสุดแล้ว หลังจากสองฤดูกาลแบบจืด ๆ ที่แฮรรี่ แม็คไกวร์ ได้นำทีมลงเล่นในลีก เรื่องของแม็คไกวร์ถือว่ามาไกลมากแล้ว

ช่วงแรก ๆ  :

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจควักเงินกว่า 80 ล้านปอนด์ ใช่ครับ 80 ล้านปอนด์จริง ๆ  เพื่อพากองหลังรายนี้มาร่วมทีมในโรงละครแห่งความฝันของพวกเขา และทำให้แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กลายเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกอีกด้วย 

ด้วยค่าตัวที่แพงมหาศาล ทำให้แม็คไกวร์ถูกคาดหวังจากสโมสรเป็นอย่างมาก และน่าจะกดดันเขามากเกินไปจนทำให้ฟอร์มหลุด และทำให้ฟอร์มเก่งกับเลสเตอร์กลายเป็นแค่อดีตเท่านั้น

แม็คไกวร์ เริ่มต้นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างดีที่สุดแล้ว เพราะเขาได้ถูก โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ กุนซือในขณะนั้น แต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมด้วย 

ในปัจจุบัน : 

หลังจากเริ่มฤดูกาล 2020/2021 ได้ไม่นาน ทุกอย่างก็เริ่มพังไปหมด สำหรับปราการหลังทีมปีศาจแดง เขามีความผิดพลาดส่วนตัวเยอะมาก และผลงานก็ดร็อปลงไปเช่นกัน เขาไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งเหมือนสมัยอยู่เลสเตอร์กลับมาได้  ก่อนจะเริ่มฤดูกาล 2021/2022 ฝันร้ายของแม็คไกวร์ก็เริ่มขึ้น ด้วยฟอร์มบู่ของเขา ทำให้แฟน ๆ และสโมสรเริ่มจะไม่ชอบเขา และไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือกองหลังคนเดียวกับที่พวกเขาควักเงินกว่า 80 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวมาร่วมทีม

ถึงเราจะยังไม่กล้าพูดว่าดีลนี้เป็นดีลที่ล้มเหลวอย่างเต็มปาก แต่ก็ยังไม่เห็นแววว่าเขาจะพัฒนาขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ในฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็เสียไปถึง 56 ประตู ส่วนแม็คไกวร์ก็มีฟอร์มในช่วงท้ายฤดูกาลที่ย่ำแย่ 

จนถูกแฟนบอลขู่วางระเบิดที่บ้านของเขา ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าปราการหลังรายนี้จะเรียกฟอร์มของตัวเองกลับมา และพลิกสถานการณ์ได้หรือไม่

วินสตัน โบการ์ด – เชลซี

คนนี้อาจจะฟังดูแปลกสักหน่อย เพราะวินสตัน โบการ์ด ย้ายมาร่วมทีมเชลซีแบบไม่มีค่าตัว แต่ก็ยังถือว่าเป็น

ดีลกองหลังที่ล้มเหลวสำหรับเชลซี แต่มันเพราะอะไรล่ะ เราไปดูกันดีกว่า 

เกิดอะไรขึ้น – 

ในปี 2000 วินสตัน โบการ์ดได้ย้ายออกจากบาร์เซโลน่าเพื่อมาร่วมทีมสิงโตน้ำเงินครามแบบไม่มีค่าตัว ซึ่งก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ประเด็นก็คือโบการ์ดนั้นเซ็นสัญญากับเชลซียาวถึง 4 ปี และมีค่าเหนื่อยต่อปีที่ถือว่าสูงมาก บางปีเขามีค่าเหนื่อยอยู่ที่ 40,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเยอะมากเมื่อ 22 ปีที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นในวงการกีฬา ที่ขึ้นชื่อเรื่องเงินเดือนนักกีฬาสูงอยู่แล้วก็ตาม

เรื่องนี้จบอย่างไร –  

จานลูก้า วิอัลลี่ กุนซิอที่เป็นคนซื้อโบการ์ดมาร่วมทีมชอบสไตล์การเล่นของเขาอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน วิอัลลี่ก็ถูกปลด และแทนที่ด้วยเคลาดิโอ รานิเอรี

ผลปรากฏว่ารานิเอรี่ไม่ได้มองว่าโบการ์ดสำคัญเท่าไรนัก ทำให้โบการ์ดแทบจะไม่ได้ลงเล่นเลยในปีนั้น จนสโมสรอยากจะขายเขาออกไป เพื่อลดรายจ่ายของทีม แต่ด้วยค่าเหนื่อยมหาศาล ทำให้โบการ์ดนั้นปฎิเสธที่จะย้ายออก และอยู่กับเชลซีจนจบระยะสัญญา 4 ปีกับทีม นี่แหละตอนจบของเรื่อง

ในช่วง 4 ปีนั้น โบการ์ดลงสนามไปเพียง 12 นัด แต่กลับได้เงินค่าเหนื่อยจากเชลซีไปกว่า 10 ล้านปอนด์ เราคิดว่าเงินนี้น่าจะมากพอที่จะเรียก โบการ์ด ว่าเป็นดีลล้มเหลวราคาแพงอย่างแน่นอน

ราฟาเอล วาราน – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด:

จริง ๆ รายนี้ก็ค่อนข้างน่าตกใจอยู่เหมือนกัน เพราะราฟาเอล วาราน คือกองหลังที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วงเวลาในความฝันของเขากับ เรอัล มาดริด การจะประเมินดีลนี้เร็วเกินไปอาจไม่ใช้เรื่องดีนัก แต่จากความโหดหินของพรีเมียร์ลีกแล้ว เราอาจจะคิดถูกก็ได้ และนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น

เกิดอะไรขึ้น – 

วารานอยู่กับเรอัล มาดริด นานถึง 10 ปี และก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตำนานสโมสร จากผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอของเขา และเขาก็เป็นหนึ่งในกำลังหลักในชุดแชมป์ ยูฟ่าฯ สามสมัยติดของทีม และสี่สมัยโดยรวม ถือว่าเขาพัฒนาไปอย่างมากนับตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นดาวรุ่ง จนก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังในสีเสื้อราชันชุดขาว จนกระทั่งเขาตัดสินใจย้ายไปหา “ความท้าทายใหม่”  ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปี 2021

เรื่องนี้จบอย่างไร –  

ฟอร์มที่ไม่ค่อยดีของ แมนฯยู เหมือนจะลามไปกระทบเหล่าผู้เล่นด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าวารานก็เป็นอีกคนที่โดนหางเลขไปด้วย เขาเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก รวมถึงฟอร์มตกไปมาก จากการที่เขาต้องปรับตัว และยังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอีก วารานได้รับบาดเจ็บในช่วงพักเบรกทีมชาติ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2021 หลังจากนั้น เขาก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ เรื่อยมา และยังหาฟอร์มเดิมของตัวเองไม่เจออีกเลย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซื้อกองหลังดีกรีแชมป์โลกรายนี้มาด้วยค่าตัวกว่า 41 ล้านปอนด์ ราคาที่สโมสรคาดหวังว่าเขาจะทำผลงานได้ดีกว่าฟอร์มในตอนนี้มาก 

อ่าน:  ฮาแลนด์จะมาแทนที่เมสซี่และโรนัลโด้ได้หรือไม่?

แจ็ค ร็อดเวลล์ – ซันเดอร์แลนด์

แจ็ค ร็อดเวลล์ คือแนวรับคนต่อไปในรายชื่อนี้ ครั้งหนึ่งร็อดเวลล์เคยเป็นดาวรุ่งระดับวันเดอร์คิดของเอฟเวอร์-ตันมาก่อน ในช่วงปี 2007 แต่ในช่วงท้ายการค้าแข้ง เขากลายเป็นนักเตะที่ไม่ได้ลง และถูกรังเกียจมากที่สุด แม้แต่กับซันเดอร์แลนด์ 

เกิดอะไรขึ้น –

ร็อดเวลล์ลงเล่นอาชีพเกมแรกกับเอฟเวอร์ตันด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น และเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลที่พร้อมจะขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับเอฟเวอร์ตันชุดใหญ่อย่างแน่นอน สี่ปีถัดมา เขากลายเป็นแกนหลักของทีมท๊อฟฟี่ได้สำเร็จ ลงเล่นเป็นตัวจริงเกือบทุกนัดในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เขาเริ่มได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก สุดท้ายก็เป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้เขาไปร่วมทีม ในปี 2012 ส่วนหลังจากนั้น ชีวิตของร็อดเวลล์ก็มีแต่ขาลงอย่างเดียว

เรื่องนี้จบอย่างไร –  

ซิตี้จ่ายเงินกว่า 15 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวร็อดเวลล์มาร่วมทีม แต่เขาไม่สามารถช่วยทีมได้เลย แถมมีเวลาที่ขมขื่นกับทีมถึงสองปี เขาลงเล่นในสีเสื้อเรือใบสีฟ้าไปเพียง 25 นัดเท่านั้น และถูกขายทอดตลาดให้กับซันเดอร์แลนด์ต่อไป และชีวิตของเขายังลงได้อีก

ในช่วงปี 2014-2018 เป็นจุดต่ำสุดในชีวิตของร็อดเวลล์ ในปี 2017 ซันเดอร์แลนด์ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก และเจ้าตัวก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลตั้งแต่แรกแล้วด้วย ทำให้หลังจากเรื่องอื้อฉาวมากมาย ในปี 2018 เขาและซันเดอร์แลนด์ตัดสินใจยกเลิกสัญญาร่วมกัน จนถึงทุกวันนี้ ร็อดเวลล์ยังเป็นที่จดจำในฐานะการเซ็นสัญญายอดแย่ที่สุดตลอดกาลของประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย 

เอเลียควิม มังกาลา – แมนเชสเตอร์ ซิตี้:

สองทีมในแมนเชสเตอร์ขึ้นชื่อเรื่องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อกองหลังอยู่แล้ว และนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจซื้อตัว เอเลียควิม มังกาลา มาจากเอฟซี ปอร์โต้ ในปี 2014 แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากมังกาลาเปิดตัวกับสโมสรนั้น ถือว่าไม่เกิดประโยชน์กับฝ่ายไหนเลยก็ว่าได้

เกิดอะไรขึ้น –

สมัยที่มังกาลาอยู่ที่ปอร์โต้ เขาเป็นกองหลังตัวสำคัญของทีม โดยเฉพาะในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ผลงานของเขาในช่วง 2-3 ปีนั้นทำให้เขาเนื้อหอมเป็นอย่างมาก และมีทีมใหญ่ ๆ มารุมแย่งตัวกัน ซึ่งสุดท้ายก็เป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ได้ลายเซ็นของเขาไป ด้วยเงินมหาศาลที่เข้ามาหาทีมในช่วงนั้น ด้วยราคา 42 ล้านปอนด์ แพงเหลือเชื่อเลยเมื่อเทียบกับราคาสมัยก่อน

เรื่องนี้จบอย่างไร –  

ในช่วงสองปีแรกกับซิตี้ มังกาลาทำผลงานไม่ได้ตามความคาดหวังของทีมเลย จากการที่เขาเป็นกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในลีก ณ ขณะนั้น ฟอร์มของเขาไม่สม่ำเสมอแล้วความผิดพลาดอย่างต่อเนื่องในสนามส่งผลให้ความเชื่อใจของสโมสรต่อเขามีน้อยลงอย่างมาก 

ทำให้ในปี 2016 เขาถูกปล่อยให้บาเลนเซียยืมตัวไป และต่อด้วยเอฟเวอร์ตัน พูดง่าย ๆ ก็คือ มังกาลาไม่สามารถเล่นให้สมค่าตัวของเขาได้เลย และเงินกว่า 42 ล้านปอนด์ที่ซิตี้เสียไป ไม่สามารถออกผลให้ทีมได้มากเท่าที่ควร ทำให้มังกาลากลายเป็นอีกหนึ่งดีลกองหลังที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ที่ราคาแพงที่สุดดีลหนึ่งของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเลยก็ว่าได้

สรุป : 

และนี่ก็คือ 5 กองหลังค่าตัวสุดแพงแต่ฟอร์มสุดพังในพรีเมียร์ลีกตลอดกาล คุณเห็นด้วยกับพวกเรารึเปล่า หรือเราลืมชื่อใครไปหรือไม่ บอกเรามาได้เลย เรายินดีที่จะฟังความเห็นของทุกคนอยู่แล้ว และอย่าลืมติดตามพวกเราไว้ เพื่อบทความอื่น ๆ อีกมากมายในช่องของเรา

Leave A Reply