‘ทีมขาจร’ ของพรีเมียร์ลีกอย่างฟูแล่มกลับมาอีกครั้งเพื่อสร้างชื่อในลีกสูงสุดบนเกาะอังกฤษ

พวกเขากลับมาในฐานะแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพ 2021/22 หลังจากระเบิดฟอร์มที่สุดยอดด้วยการคว้าไปถึง 90 แต้มและยิงไปถึง 106 ประตูใน 46 เกมพร้อมกับได้ประสบการณ์จากลีกรองบนเกาะอังกฤษที่มีระเบียบและวุ่นวายที่สุด

นี่ถือเป็นแชมป์แรกในรอบ 21 ปีของพวกเขา ซึ่งแชมป์ล่าสุดของพวกเขาก็คือแชมป์รายการเดียวกันในฤดูกาล 2000/01 ก่อนที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ลีกแชมเปี้ยนชิพ เส้นทางสู่พรีเมียร์ลีกของพวกเขานั้นมาจากการผ่านรอบเพลย์ออฟของแชมเปี้ยนชิพ

พวกเขาเล่นฟุตบอลได้ค่อนข้างน่าสนใจและแฟนบอลก็เชื่อว่าการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพจะเปลี่ยนแปลงทิศทางในการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในรอบนี้ และภายใต้การคุมทีมของมาร์โก้ ซิลวา พวกเขามีอาวุธครบมือพร้อมกับประสบการณ์ที่จะต่อกรกับทีมในลีกสูงสุดเพื่อความอยู่รอดและเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะไต่ไปถึงกลางตารางกันเลยทีเดียว

ฟูแล่มในลีกแชมเปี้ยนชิพ 2021/22

มาร์โก้ ชิลวาถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมเมื่อช่วงต้นฤดูกาลและสามารถโชว์ผลงานระดับพรีเมียร์ลีกทันที ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของเขา นอกเหนือจากการพาเจ้าสัวเลื่อนชั้นขึ้นมาได้สำเร็จแล้ว มันยังเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของสโมสรในตอนที่ลงสนามจนคนทั่วไป, นักวิจารณ์และแฟนๆ ของสโมสรต่างพากันมองเห็นถึงประเด็นที่สำคัญนี้ ประตูที่พวกเขาทำได้ทั้งหมด 106 ประตูนั้นยังถือเป็นการทำประตูได้มากที่สุดในลีกแชมเปี้ยนชิพในรอบกว่า 2 ทศวรรษ

แต่อย่างไรก็ตาม การที่ฟอร์มของของฟูแล่มแล่นฉิวนั้นไม่ได้ราบรื่นนักในตอนที่พวกเขาก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ พวกเขาคว้าชัยในเกมที่จำเป็นต้องชนะด้วยการเอาชนะคู่แข่งและทำงานอย่างหนักในชัยชนะสุดที่สำคัญกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า แต่เกมการเล่นของพวกเขากับทีมที่มีความคมมากกว่าด้วยการใช้เกมรับที่แข็งแกร่งกว่า

พวกเขายังชวนให้นึกถึงอดีตในตอนที่เคยโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การคุมทีมของสก็อตต์ ปาร์คเกอร์ ที่ตอนนี้เขากำลังคุมทีมบอร์นมัธอยู่ จิตวิญญาณการต่อสู้ของพวกเขาในครั้งนี้เป็นข้อดีสุด ๆ และซิลวาที่คว่ำวัตฟอร์ด, ฮัลล์ ซิตี้และเอฟเวอร์ตันในทั้ง 3 ช่วงในลีกดิวิชั่น 1 ของอังกฤษ พวกเขาจะมั่นใจในทีมที่เขาที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลใหม่โดยเขาจะได้ดูแลการพัฒนาของลูกทีมตั้งแต่แรก

ฟูแล่มคว้าแชมป์แชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2022/23 ได้ยังไงกัน

ฟูแล่มถล่มตัวเต็งในเพลย์ออฟอย่างลูตัน ทาวน์ไปถึง 7-0 ในเกมสุดท้ายก่อนที่จะก้าวไปคว้าแชมป์ซึ่งนอริช ซิตี้เคยทำได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

พวกเขาต่อกรกับอีกคู่แข่งตัวเต็งในเพลย์ออฟอีกทีมหนึ่งอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในเกมสุดท้ายของฤดูกาลโดยถล่มดาบคู่ไป 4-0 สิ่งเดียวที่พวกเขาเสียใจคือพวกเขาไม่สามารถยิงเพิ่มได้อีก 2 ประตูเพื่อให้เท่ากับสถิติ 108 ประตูของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในครั้งล่าสุดที่ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกลงเล่นในลีกรอง

ก้าวแรกของซิลวาคือการวางระบบแผน 4-3-3 โดยเน้นเกมรุกนั้นได้ผล  ถึงแม้ว่าบุคลากรในทีมนั้นแสดงความกังวลว่าแผนนี้อาจจะไม่เหมาะกับทีม

พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลด้วยประตูสุดฮาจากผู้ทำลายสถิติดาวซัลโวอย่างอเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ซึ่งนั่นกลายมาเป็นลูกแรกใน 43 ประตูของเขา ศูนย์หน้าชาวเซอร์เบียมีส่วนร่วมเป็นอย่างมากในการช่วยเหลือแนวรุกคนอื่นอย่างทอม แคร์นีย์, นีส์เก้นส์ เคบาโน่, แฮร์รี่ วิลสันและฟาบิโอ คาร์วัลโญ่

ในขณะที่มิโตรวิชเป็นคนที่ได้เครดิตจากประตูที่เขายิงได้ซึ่งกลายมาเป็นคนทำลายสถิติดาวซัลโวของแชมเปี้ยนชิพใน 1 ฤดูกาลโดยทำลายสถิติเดิมของอีแวน โทนีย์ของเบรนท์ฟอร์ด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาจะไม่มีทางไต่ไปถึงระดับนั้นได้หากไม่มีนักเตะเหล่านี้อยู่รอบๆ ตัวเขา

นอกจากนี้เขายังมีแรงกระตุ้นจากการแข่งดาวซัลโวจากโดมินิค โซลันเก้ของบอร์นมัธซึ่งยิงไป 30 ประตูช่วยให้เดอะ เชอร์รีส์เป็นรองแชมป์และทำให้ฟูแล่มครองจ่าฝูงไว้ได้ตลอดทั้งฤดูกาล

นักเตะตัวหลัก

เมื่อย้อนกลับไปแล้ว แฮร์รี่ วิลสันเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจว่าทำไมฟูแล่ม ทีมที่ไร้ที่ติในเกมรุกในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งทำให้มิโตรวิชระเบิดฟอร์มที่สุดยอดออกมาได้

เมื่อฤดูกาลก่อนหน้านี้ ดาวยิงชาวเซอร์เบียมีปัญหาในการคลำเป้า แต่จากการที่วิลสันเข้ามาร่วมทีม เขาก็เหมือนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ลงเล่นในสถานการณ์ที่ยากลำบากด้วยความมั่นใจจนกลายมาเป็นนักเตะจอมสร้างโอกาส จากผลงานแอสซิสต์ไปถึง 19 ครั้งและพรีแอสซิสต์อีกมากมาย โอกาสที่เขาสร้างนั้นถือเป็นโอกาสที่ได้ลุ้นสุดๆ และโอกาสส่วนใหญ่นั้นก็นำไปสู่ประตูที่เป็นการเซ็ทเกมจากเขาอีกด้วย (แถม 10 ประตูจากตัวเขาอีกด้วย)

ดาวเตะวัย 25 ปีรายนี้เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ในทุกๆ สถานการณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากกับซิลวาและนักเตะคนอื่นๆ ในทีม การที่เขาระเบิดฟอร์มใส่ฮัลล์ ซิตี้, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้และดาร์บี้ เคาน์ตี้ ซึ่งจบลงด้วยการที่สโมสรเหล่านั้นต้องการเซ็นสัญญากับเขาอย่างถาวรเป็นหลักฐานว่าเขานั้นของจริง ประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกเพียงคนเดียวของเขานั้นยังทำให้เขายิงไป 7 ประตูให้กับบอร์นมัธในฤดูกาล 2019/20 พร้อมกับจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งดาวซัลโวของทีมร่วมกับคัลลัม วิลสัน

มีหลายสิ่งหลายที่เขาแสดงออกมาและการที่เขาลงเล่นเคียงข้างฟาบิโอ คาร์วัลโญ่และแฮร์ริสัน รีดเพื่อสนับสนุนมิโตรวิชนั้นโหดเกินไปสำหรับทีมที่เหลือในลีกแชมเปี้ยนชิพ พวกเขายังมีความมั่นใจในการจับคู่กันของเซ็นเตอร์แบ็คอย่างทิม ทีมและดาวรุ่งอย่างโทซิน อดาราบิโอโย่เพื่อหยุดเกมรุกของฝ่ายตรงข้ามและนั่นทำให้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมมีแรงผลักดันเป็นอย่างมากในการเติมเกมรุก

พวกเขาจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้ยังไงในฤดูกาลหน้า

ซิลวาจะต้องมองหานักเตะหน้าใหม่แน่ๆ แต่คำแนะนำเรื่องนี้จากพอล ปาร์คเกอร์ นักเตะที่ลงเล่นให้กับสโมสรตั้งแต่ปี 1982-1987 ก่อนจะกลับมาในช่วง 10 ปีต่อมานั้นจะต้องครอบงำถึงสิ่งที่พวกเขาจะต้องทำ

ปาร์คเกอร์ได้พูดกับทางบีบีซีหลังจากที่พวกเขาเลื่อนชั้นได้ขึ้นมาสำเร็จว่า: “ฟูแล่มจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นของพวกเขา พวกเขาเล่นด้วยจังหวะที่ช้าเอามากๆ พวกเขาจะโดนทีมอย่างไบรท์ตัน ทีมที่ไล่เพรสและเคลื่อนที่ในแดนกลางอย่างรวดเร็วฉีกเป็นชิ้นๆ”

“ยังมีอีกหลายสิ่งอย่างที่กำลังรอฟูแล่มอยู่ พวกเขาจะต้องเพิ่มนักเตะอย่างน้อย 4 คนเข้ามาอยู่ใน 11 ตัวจริง พวกเขาต้องการนักเตะที่เคยลงเล่นในฟุตบอลระดับสูง ในพรีเมียร์ลีกหรือลีกชั้นนำในต่างประเทศ” อดีตแบ็กขวาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกล่าว

“มิโตรวิชต้องการนักเตะที่มีความสามารถอยู่รอบๆ ตัวเขา ในตอนที่เขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีก [ให้กับฟูแล่ม] เขาก็ถือว่าเขากำลังอยู่ในทีมที่แย่ๆ ทีมหนึ่งเลยล่ะ”

พวกเขาควรจะคว้าตัวใครมาเพิ่ม?

ทีมของซิลวาไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดที่ปาร์คเกอร์ได้พูดเอาไว้ แต่แน่นอนว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องคว้านักเตะตัวรุกที่ดีกว่านี้มาร่วมทีมอยู่ดี

ความสามารถในการทำประตูของมิโตรวิชนั้นเจ๋งสุดๆ ไปเลย แถมเขายังมีแฮร์รี่ วิลสันมาคอยสนับสนุนอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ดาวยิงชาวเซอร์เบียนั้นฟอร์มยังไม่เข้าฝัก ตัวรุกคนอื่นๆ ก็จำเป็นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมและทำประตูแทน ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมานั้นมีนักเตะเพียง 3 คนที่ยิงประตูได้ถึงเลข 2 หลักและหนึ่งในนั้นคือ – คาร์วัลโญ่ – ที่ตอนนี้กลายมาเป็นนักเตะของลิเวอร์พูลไปแล้ว

แบ็คขวาตัวใหม่ก็ถือเป็นอะไรที่จำเป็นเช่นกัน แต่แน่นอนว่าซิลวานั้นต้องการตัวเนโก้ วิลเลี่ยมส์ นักเตะที่แย่งตำแหน่งตัวจริงได้ในขณะที่ย้ายมาอยู่ในถิ่นคราเว่น ค็อตเทจจากลิเวอร์พูลแบบยืมตัวนั้นได้กลับไปที่สโมสรต้นสังกัดของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อ่าน:  เหล่านักเตะที่น่าเอาเข้าทีมแฟนตาซีพรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ที่ 17 หลังจากจบเบรกฟุตบอลโลก
Leave A Reply