ตลาดซื้อขายกำลังดุเดือดและสโมสรในพรีเมียร์ลีกก็กำลังยุ่งอีกครั้ง เป็นเรื่องปกติเหมือนกับทุกฤดูกาลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้บรรลุเป้าหมายในการคว้าตัวดาวเตะจอมถล่มประตูอย่างเออร์ลิ่ง ฮาลันด์จากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ไปแล้ว ในขณะที่ลิเวอร์พูลก็ได้ตัวดาวยิงของเบนฟิก้าอย่างดาร์วิน นูนเญซเป็นที่เรียบร้อย

ในทางกลับกัน นักเตะที่ย้ายออกจากพรีเมียร์ลีกก็มีไม่น้อย พร้อมกับยังมีอีกหลายคนที่กำลังมองหาสโมสรใหม่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการที่ซาดิโอ มาเน่ย้ายจากลิเวอร์พูลไปซบบาเยิร์น มิวนิคนั้นจะเป็นดีลของนักเตะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกที่ย้ายออกในช่วงฤดูร้อนนี้

ในสถานการณ์ที่ขัดแย้งกันและส่วนหนึ่งของธุรกิจที่แฟน ๆ เชลซีอยากจะลืม โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยี่ยมก็หวนคืนสู่อดีตทีมอย่างอินเตอร์ มิลานไปแล้ว

เรายังได้เห็นการย้ายออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทีมใหญ่และเราดูที่รายชื่อนักเตะระดับท็อป        ที่อาจจะแยกทางกับสโมสรต้นสังกัดของพวกเขา นอกเหนือจากในอังกฤษ ตลาดซื้อขายปัจจุบันนี้จะได้เห็นการย้ายทีมภายในลีกมากมายภายในพรีเมียร์ลีกและเราจะมาเจาะลึกความเป็นไปได้ทั้งหมดกัน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

การกลับคืนสู่ถิ่นเก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในช่วงซัมเมอร์ที่แล้วนั้นเต็มไปด้วยความหวังและการมองโลกในแง่บวก การจบด้วยรองแชมป์ในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อนและแถมยังทะลุไปถึงรองชิงชนะเลิศยูโรป้านั้นทำให้หลาย ๆ คนคิดว่าการมาของโรนัลโด้จะเป็นการเติมกระสุนในการพาสโมสรกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง

เมื่อเร่งความเร็วมาถึงปัจจุบันและมันกลับไม่ได้เป็นไปตามแผนเลย ถึงแม้ว่าจะจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แถมยังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลแมตต์ บัสบี้ มันก็เป็นฤดูกาลที่อยากจะลืมเลือนสำหรับแฟน ๆ ปิศาจแดงเนื่องจากพวกเขาจบฤดูกาลด้วยการมีแต้มที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

ตอนนี้มีรายงานมาว่าดาวยิงวัย 37 ปีนั้นไม่มีความสุขกับการที่ยูไนเต็ดขาดความทะเยอทะยานในตลาดซื้อขายในซัมเมอร์นี้ เนื่องจากบอสคนใหม่อย่างเอริค เทน ฮากยังไม่สามารถคว้าตัวใครมาร่วมทีมได้เลย

เมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานมาว่าบาเยิร์น มิวนิคถอยทัพในการเดินหน้าคว้าตัวโรนัลโด้ อดีตแข้งรีล มาดริดและยูเวนตุสยังมีข่าวเชื่อมโยงกับตัวนักเตะ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะมีโอกาสเป็นไปได้น้อยเอามากๆ ในส่วนของเมเจอร์ลีกซอคเกอร์ในอเมริกาก็ได้รับการขนานนามว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นไปได้สำหรับนักเตะดาวดังชาวโปรตุเกส แต่ด้วยความทะเยอทะยานของเขาที่จะลงแข่งขันในระดับสูงสุดอยู่เสมอ ไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะคิดอย่างนั้น เว้นเสียแต่ว่าเขาลดค่าแรงลงอย่างมาก ไม่มีสโมสรไหนสามารถจ่ายค่าเหนื่อยเขาได้ ยกเว้นเปแอสเชและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ไม่ต้องการเขาแล้ว

ราฟินญ่า

หลังจากที่สนุกกับฤดูกาล 2021/22 พร้อมกับฟอร์มสุดน่าประทับใจกับลีดส์ ปีกชาวบราซิลกลายมาเป็นนักเตะที่เนื้อหอมโดยมียักษ์ใหญ่ให้ความสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบาร์เซโลน่า, เชลซี, ท็อตแน่มและอาร์เซนอลต่างพากันแสดงความสนใจในตัวเขา มีรายงานว่านักเตะวัย 25 ปีอยากที่จะย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า แต่ก็มีโอกาสที่เขาอาจจะได้ย้ายไปร่วมทีมร่วมพรีเมียร์ลีกเช่นเดียวกัน

ลีดส์ต้องการค่าตัวอย่างน้อย 60 ล้านปอนด์และสถานการณ์ทางการเงินของบาร์เซโลน่าก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่มีเงินพอกับค่าตัวระดับนั้น กลับกัน มันอาจจะจบลงด้วยการแย่งชิงกันระหว่างทีมในลอนดอนอย่างท็อตแน่ม, อาร์เซนอลและเชลซี

ในขณะที่เขียนอยู่นั้น อาร์เซนอลกำลังเป็นตัวเต็งในการได้ลายเซ็นของราฟินญ่า แต่ยังคงมีความเห็นต่างจากทางลีดส์อยู่บ้างในแง่ของการประเมินค่าตัวของนักเตะรายนี้

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

เนื่องจากการมาถึงของนักเตะตัวรุกอีกคนในทีมซิตี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่งอาจจะพบว่าตัวเองนั้นไม่ได้เป็นที่ต้องการในสโมสรแห่งนี้อีกแล้ว ปีกความเร็วสูงวัย 27 ปีเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีเท่านั้นและได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการย้ายออกจากถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมแล้ว

เนื่องจากเขายังคงเป็นผู้เล่นที่ทำกำไรได้และเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษอีกด้วย ซิตี้จะไม่ปล่อยให้เขาไปในราคาถูกอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าจึงจะต้องยอมปล่อยให้สเตอร์ลิ่งย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้ แทนที่จะเสียเขาไปฟรี ๆ ในซัมเมอร์หน้า

ตอนนี้เชลซีเป็นตัวเต็งที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทีม เนื่องจากเจ้าของทีมใหม่อย่างท็อดด์ โบห์ลี่ได้เล็งปีกความเร็วสูงชาวอังกฤษเป็นเป้าหมายหลักในตลาดซื้อขายในซัมเมอร์นี้ จากรายงานหลายสื่อแจ้งมาว่าซิตี้ต้องการค่าตัวราว 50 ล้านปอนด์และตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเชลซีแล้วว่าพวกเขาจะยอมจ่ายตามที่ซิตี้เรียกหรือไม่

กาเบรียล เชซุส

ดาวยิงทีมชาติบราซิลอาจจะต้องโบกมือลาสโมสรด้วยเหตุผลที่คล้ายกับราฮีม สเตอร์ลิ่ง การมาของเออร์ลิ่ง ฮาลันด์แและจูเลี่ยน อัลวาเรซหมายถึงการที่เชซุสอาจจะต้องแพ็คกระเป๋าและย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เมื่อพิจารณาว่าเชซุสยังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพการค้าแข้งที่ 25 ปีและมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกมามากพอแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายสโมสรพร้อมที่จะแย่งชิงลายเซ็นของเขา เป็นอีกครั้งที่ทั้ง 3 ทีมที่คุ้นเคยอย่างอาร์เซน่อล, ท็อตแน่มและเชลซีเป็นฝ่ายที่ต้องการตัวเขา นอกสโมสรในอังกฤษแล้วยังมียูเวนตุสที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ของนักเตะคนนี้อยู่ด้วย

ในท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาร์เซน่อลจะเป็นฝ่ายเข้าวินในการคว้าตัวเชซุสได้สำเร็จ

ด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นฝ่ายตอบรับและการย้ายตัวอย่างเป็นทางการก็กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์

ในตอนแรก การที่ซาล่าห์จะย้ายออกนั้นดูไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นอะไรที่สมเหตุสมผลมากในเวลาเดียวกัน จากมุมมองของลิเวอร์พูล มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะยอมให้ 2 นักเตะที่ทรงอิทธิพลที่สุดของพวกเขาอย่างมาเน่และซาล่าห์โบกมือลาจากทีมไปในตลาดซื้อขายเดียวกัน แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ซาล่าห์จะยืนยันว่าเขาจะลงเล่นให้กับสโมสรอย่างน้อยอีกหนึ่งฤดูกาล แต่อาจจะเป็นการตัดสินใจของสโมสรที่จะปล่อยเขาไป

ซาล่าห์ได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 240,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ น้อยกว่าฟาน ไดจ์คเพียงเล็กน้อย – แต่ตอนนี้มีรายงานออกมาว่าเขาต้องการค่าเหนื่อยราว ๆ 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ตรงกันข้ามกับความคิดเห็นล่าสุดที่ว่าเขาไม่ต้องการให้ตัวเลขค่าเหนื่อยของเขาขึ้นอยู่กับสโมสร

พูดตามตรง ซาล่าห์นั้นเล่นได้คุ้มค่ากับทุกเพนนีที่เขาเรียกร้อง แต่ด้วยอายุ 30 ปี มีเหตุผลทุกประการที่จะเห็นว่าทำไมลิเวอร์พูลจึงตัดสินใจที่จะไม่อนุมัติคำขอของเขา การตกลงตามเงื่อนไขของซาล่าห์จะทำให้เพดานโครงสร้างค่าเหนื่อยของสโมสรจะพังทลายลงมาและอาจส่งผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเตะคนอื่นๆ ในตอนที่พวกเขากำลังมองหาสัญญาใหม่

ด้วยสัญญาที่เหลืออีกหนึ่งปี ตอนนี้ลิเวอร์พูลสามารถพิจารณาปล่อยซาล่าห์ออกไปได้หากพวกเขาได้รับข้อเสนอมูลค่า 60 ล้านปอนด์ แต่มีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะประนีประนอมกับข้อตกลงใหม่ได้ในที่สุด

 

อ่าน:  ดีลกองหลังค่าตัวสุดแพงแต่ฟอร์มสุดพังในพรีเมียร์ลีก
Leave A Reply