เกริ่นนำ

ในแต่ละวันที่ผ่านไป ฮีโร่ขวัญใจในวัยเด็กของเราก็เริ่มเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพการค้าแข้งแล้ว มันเป็นความจริงแสนน่าเศร้าที่ไม่มีใครสามารถหลีกหนีได้ ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นก็ต้องมีดับไป ไม่ว่าคุณจะอยากหรือไม่อยากก็ตาม 

นักเตะเหล่านี้ที่ครั้งหนึ่งเคยเขย่าโลกลูกหนังด้วยฝีเท้าของพวกเขาใกล้จะถึงเวลาแขวนสตั๊ดแล้ว ในบทความนี้ เราจะรวมรวมรายชื่อ 10 นักเตะที่มีแนวโน้มว่าจะเลิกเล่นหลังจบศึกฟุตบอลโลกในปีนี้

ยุคทองใกล้ถึงจุดจบ

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นนักเตะที่มีฝีมือมากมาย แน่นอนว่ารวมไปถึงสองนักเตะที่น่าจะเยี่ยมยอดที่สุดตลอดกาล และทำให้มาตรฐานของฟุตบอลนั้นสูงขึ้นอย่างมาก ส่วนในตอนนี้ นักเตะในยุคนี้ส่วนมากก็เข้าช่วงท้ายอาชีพการค้าแข้งแล้ว ถ้วยฟุตบอลโลกในช่วงปลายปีนี้ อาจเป็นรายการสุดท้ายของนักเตะระดับตำนานหลาย ๆ คน อาทิเช่นสิบคนต่อไปนี้

1. ลีโอเนล เมสซี่ อาร์เจนติน่า

ปีกชาวอาร์เจนไตน์ปัจจุบันอายุ 34 ปีแล้ว และกำลังจะลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่ 5 ของเขา ซึ่งก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาเช่นกัน ดาวเตะจากทีมปารีสเพิ่งได้แชมป์โกปา เดล เรย์ ที่รอมาเนิ่นนานได้สำเร็จ และมีสถิติส่วนตัวที่ยากจะหาใครเทียบได้ โดยดาวเตะว่าที่นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลนั้นถลุงไปถึง 762 ประตู จากการลงเล่นเพียง 969 เกมเท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงอีก 328 แอสซิสต์ ที่เรายังไม่ได้พูดถึงอีก นอกจากนี้ก็ยังมีรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย อาทิเช่น บัลลงดอร์ 7 สมัยรางวัลผุ้เล่นทรงคุณค่าของยุโรป 3 สมัย ดาวซัลโว 22 ครั้ง และ ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีอีก 10 ครั้ง ไม่แปลกใจที่เขาจะมีสถิติที่โดดเด่นในทุก ๆ ด้านของฟุตบอล เขายังเป็นรองดาวซัลโวตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอีกด้วย 

ประตูแรกในฟุตบอลโลกของเขาต้องย้อนกลับไปในปี 2006 ที่เขาสามารถยิงได้ 1 ประตูและแอสซิสต์อีก 1 ครั้ง จากการลงเล่น 3 เกม ถึงในปี 2010 เขาจะยิงไม่ได้เลยก็ตาม จากการลงเล่นห้านัด ในปี 2014 เขาก็สามารถแก้ตัวได้ ด้วยการโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ยิงไปถึง 4 ประตูและแอสซิสต์อีก 1 ครั้ง คว้ารางวัลดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ได้ด้วย จากการลงเล่น 7 นัด ทำให้ทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แม้ว่าจะแพ้ให้กับเยอรมันไปอย่างน่าเสียดาย 0-1 ก็ตาม ในปี 2018 ในการลงเล่น 4 นัด เขาก็สามารถทำได้อีก 1 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ แต่ก็ต้องพ่ายให้กับทีมตราไก่ในรอบ 16 ทีมไปแบบสุดมัน 4-3 

สรุปแล้ว จากการลงเล่นฟุตบอลโลก 19 นัด เมสซี่มีส่วนร่วมกับการทำประตูมากถึง 11 ประตู ซึ่งสถิติก็ออกมาสนับสนุนแล้วว่าฝีมือของเขานั้นมันเกินกว่าจะบรรยายได้ ในปีนี้เขาจะกลับไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกอีกครั้ง เพื่อตามล่าถ้วยใบสุดท้ายในชีวิต ใบเดียวที่เขายังไม่เคยได้ นั่นก็คือถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก

2. คริสเตียโน โรนัลโด้ – โปรตุเกส

หัวหอกทีมชาติโปรตุเกสน่าจะได้เล่นฟุตบอลโลกหนนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ด้วยอายุอานามที่ปาเข้า 37 ปีแล้ว

ผลงานตลอดการเล่นอาชีพของเขาก็ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร และยังสามารถลงเล่นในระดับสูงได้ถึงปัจจุบัน 

ตลอดการค้าแข้ง โรนัลโด้ ซัลโวไปแล้ว 813 ประตูและจ่ายอีก 231 แอสซิสต์ ส่วนในฟุตบอลโลก เขาลงเล่นไปแล้ว 17 เกมและทำได้ 7 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ 

โดยเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย เคยคว้าแชมป์ยูโรและแชมป์ ยูฟ่า เนชั่น ลีก ในนามทีมชาติมาแล้ว แต่ในฟุตบอลโลกผลงานของเขาและโปรตุเกสไม่ค่อยสวยหรูนัก เพราะโปรตุเกสยังไม่เคยผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เลย และไปไกลที่สุดได้เพียงรอบรองชนะเลิศเพียงครั้งเดียว โดยในฟุตบอลโลกสามครั้งที่ผ่านมา เขาตกรอบแบ่งกลุ่มถึงสองครั้งในปี 2010 และ 2018 ส่วนในปี 2014 เขาเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ก็จริง แต่ก็ต้องจอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมเท่านั้น 

อย่างไรก็ดี เจ้าตัวนั้นโดดเด่นในเรื่องของนิสัยที่จะต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเสมอ ๆ อยู่แล้ว และฟุตบอลโลกปีนี้ก็เป็นโอกาสดีที่โรนัลโด้จะได้ทำสถิติในฟุตบอลโลกให้ดีขึ้น เส้นทางการค้าแข้งของโรนัลโด้ถือว่าสุดยอดตลอดกาล และการได้แชมป์ฟุตบอลโลกปิดท้ายอาชีพของตัวเองก็เป็นถ้วยสุดท้ายที่น่าภูมิใจไม่น้อย

3. ลูก้า โมดริช – โครเอเชีย

จอมทัพทีมชาติโครเอเชียทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ดาวเตะวัย 36 ปีน่าจะแขวนสตั๊ดหลังจากจบศึกฟุตบอลโลกอย่างแน่นอน โดยเจ้าตัวเคยพาทีมตราหมากรุกก้าวถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกฟุตบอลโลกปี 2018 ที่รัสเซียมาแล้ว ในปีนั้นเขาทำผลงานได้ไร้ที่ติ เขาพาโครเอเชียปราบอาร์เจนติน่าในรอบแบ่งกลุ่ม ปราบรัสเซียเจ้าภาพในรอบก่อนรองชนะเลิศ และเอาชนะอังกฤษได้ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่จะแพ้ให้กับฝรั่งเศสเต็งหนึ่งไป 4-2 ในรอบชิงชนะเลิศ 

แต่ถึงพวกเขาจะไปไม่ถึงดวงดาวและแพ้ไปในเกมนั้น โมดริชก็เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและสร้างความปั่นป่วนให้ฝรั่งเศสได้พอสมควร ดีจนทำให้เขาคว้ารางวัลบัลลงดอร์ในปีนั้นมาครอบครองได้สำเร็จ โดยปัจจุบันดาวเตะชาวโครแอตน่าจะเคยจับถ้วยใหญ่เกือบทุกถ้วยในฟุตบอลยุโรปแล้ว และหมายตาที่จะเอาถ้วยฟุตบอลโลกมาเสริมในตู้โชว์ให้ได้อีกถ้วย แต่การจะได้มานั้นก็ไม่ใช่งานง่ายแน่นอน

4. เนย์มาร์ – บราซิล

เนย์มาร์คือหนึ่งในนักเตะจอมลีลาที่เก่งที่สุดแห่งยุคคนหนึ่ง เขามีการเลี้ยงบอลที่สวยงามและมีพรสวรรค์ชนิดหากตัวจับยาก แฟน ๆ เรียกเขาว่าทายาทคนต่อไปของโรนัลดินโญ่ เนย์มาร์ก็ยังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของบราซิลอยู่เสมอ ใน 117 นัดในนามทีมชาติของเนย์มาร์ เขายิงไปถึง 71 ประตู ตามหลังดาวซัลโวของทีมชาติตลอดกาลอย่างเปเล่เพียง 8 ประตูเท่านั้น 

เนย์มาร์เคยคว้าแชมป์คอนเฟเดเรชั่น คัพและเหรียญทองโอลิมปิกกับบราซิลมาแล้ว และถึงเขาจะอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น แต่สื่อหลายเจ้ารายงานว่าเนย์มาร์จะเลิกเล่นทีมชาติหลังจบฟุตบอลโลกครั้งนี้ ดังนั้นเขาน่าจะส่สุดกับฟุตบอลโลกครั้งนี้แน่นอน และเราก็ต้องตามดูกันต่อไปว่าบราซิลและเนย์มาร์จะทำผลงานได้ดีแค่ไหนในปีนี้

5. เปเป้โปรตุเกส

เปเป้คือกองหลังระดับตำนานของโปรตุเกส และเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งและตุกติกที่สุดที่โลกฟุตบอลเคยเห็น เปเป้เคยคว้าแชมป์ยูโรและแชมป์ ยูฟ่า เนชั่น ลีก ในปี 2016 และ 2019 ตามลำดับ และยังคงเป็นผู้เล่นแกนหลักของทีมชาติอยู่เสมอ 

ปัจจุบันเขาอายุ 39 ปีแล้วและฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของเขากับโปรตุเกสอย่างแน่นอน ถึงเขากับรูเบน ดิอาส จะเข้าขากันได้ดีก็ตาม แต่ด้วยอายุและนักเตะสายเลือดใหม่ที่กำลังขึ้นมาทดแทนแล้ว เปเป้น่าจะแขวนสตั๊ดหลังจบถ้วยนี้ที่กาตาร์อย่างแน่นอน

6. โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ – ฝรั่งเศส

ศูนย์หน้าเลือดน้ำหอมวัย 34 ปีเคยจับถ้วยแชมป์โลกมาแล้วในปี 2018  และน่าจะเล่นฟุตบอลโลกหนนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เรื่องแรกก็คงเป็นเรื่องอายุที่ย่าง 35 แล้ว ส่วนเรื่องที่สองก็คือโค้ชอย่าง ดิดิเยร์ เดอช็องส์ ดูจะชอบ คาริม เบนเซม่า มากกว่าเขา  

อ่าน:  รางวัลการแข่งขันประจำสัปดาห์

ด้านสถิติ ชิรูด์ยิงไปแล้ว 48 ประตูจาก 112 เกมในสีเสื้อตราไก่ แต่ด้วยผลงานจากฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก และด้วยการที่คาริม เบนเซม่า กำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม การที่เขาจะได้ลงเป็นตัวจริงแทนที่ของชิรูด์นั้น ก็คงเป็นเรื่องที่กุนซืออย่างเดอช็องส์ต้องทำอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนเราก็ต้องรอดูต่อไปว่าทัพตราไก่จะใช้ชิรูด์อย่างใรให้เป็นประโยชน์ 

7. ติอาโก้ ซิลวา – บราซิล

ซิลวาน่าจะเป็นหนึ่งในกองหลังที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล จากการที่เข้าเป็นแกนหลักสำคัญของบราซิลในฟุตบอลโลกถึงสามครั้ง (2010,2014,2018) และยังเคยคว้าแชมป์คอนเฟเดเรชั่น คัพและโกปา อเมริกา กับบราซิลมาแล้ว ถึงทีมชาติบราซิลจะเต็มไปด้วยนักเตะมากฝีมือก็ตาม แต่ซิลวาก็ยังคงติดทีมชาติทุกชุด และน่าจะได้ลงเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลกปีนี้ด้วย 

เขากำลังมีฤดูกาลที่ดีแต่เริ่มที่จะมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยครั้งขึ้น ปัจจุบันซิลวาอายุ 37 ปีแล้ว และฟุตบอลโลกครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของเขาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีถ้าเขาสามารถรักษาความฟิตได้และไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนในช่วงนั้น ซิลว่าจะเป็นอีกนักเตะที่มีประโยชน์ต่อทัพแซมบ้าแน่นอน เจอกันที่กาตาร์นะ ซิลวา

8. เซร์คิโอ รามอส – สเปน

พูดได้อย่างเต็มปากว่า เซร์คิโอ รามอสคือกองหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำทศวรรษนี้ เขาลงเล่นอย่างเต็มที่ทุกครั้งเมื่อสวมเสื้อทีมชาติลงสนาม ปัจจุบันเขาอายุ 35 ปีแล้วและคว้ามาแทบจะทุกถ้วยที่เป็นไปได้แล้วกับทีมชาติสเปน รวมถึงถ้วยแชมป์โลก และถ้วยแชมป์ยูโรอีก 2 ใบ 

สถิติของเขาต้องจัดว่าอยู่ในระดับตำนาน แต่ในปีนี้เขามีฤดูกาลที่ค่อนข้างแปลก บาดเจ็บเกือบจะทั้งฤดูกาล และไม่มีชื่อติดทีมชาติไปลุยศึกยูโร 2020 ด้วยซ้ำ ฉะนั้น ถ้าหาก หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือใหญ่เกิดเปลี่ยนใจ และ

หันมาเลือกรามอสติดทีมอีกครั้งในปีนี้ ฟุตบอลโลกหนนี้ก็คงจะเป็นครั้งสุดท้ายของเจ้าตัวแล้ว 

9. คาริม เบนเซม่า – ฝรั่งเศส

เบนเซม่าเป็นกองหน้าที่อันตรายทุกรูปแบบในปีนี้ และได้มีชื่อติดทีมชาติอีกครั้งหลังจากถูกเมินจากทีมชาติฝรั่งเศสมาหลายปี เขากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตและอันตรายอย่างมากบริเวณหน้าประตู จนทำให้มีลุ้นถึงรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้ ล่าสุดในรายการใหญ่อย่างยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก ที่เขาปลดล็อกฟอร์มระดับปีศาจออกมา ทัพตราไก่น่าจะอยากได้ศูนย์หน้าระดับนี้ไว้ในทีมอย่างแน่นอน 

เบนเซม่าอายุ 34 ปีแล้ว และไม่น่าจะลงเล่นฟุตบอลโลกปี 2026 ไหว ฉะนั้นฟุตบอลโลกในปีนี้น่าจะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาในการสร้างผลงานในนามทีมชาติ จากการที่ถูกเมินในการเล่นทีมชาติมาหลายปี ในสีเสื่อฝรั่งเศส เขาลงเล่นไป 94 เกม ยิงได้ 36 ประตู รวมไปถึงเคยได้รางวัลผู้เล่นฝรั่งเศสยอดเยี่ยมแห่งปีถึงสามสมัย และก็เพิ่งคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ไปด้วย ฉะนั้น คิง คาริม เป็นกองหน้าตัวอันตรายที่น่าจับตามองในปีนี้ และเราก็ต้องรอดูในปีนี้ ว่าเขาจะโชว์ของออกมาได้แค่ไหน ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่กาตาร์

10. หลุยส์ ซัวเรซ – อุรุกวัย

ซัวเรสจะลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งที่สี่ในชีวิตของเขา และก็น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตเช่นกัน เขาเป็นความหวังในแดนหน้าของอุรุกวัยอย่างมาก และทีมต้องการสกอร์จากเขาแน่นอน ในนามทีมชาติ เขาทำผลงานได้ค่อนข้างดีมาตลอด ยิงไป 68 ประตูจากการลงสนาม 132 นัด และเคยคว้าแชมป์ โกปา อเมริกา มาแล้วในปี 2010/2011 รวมไปถึงเคยได้รับรางวัลผู้เล่นอุรุกวัยยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย 

ซัวเรสและคู่หูอย่างคาวานี่ถูกจับให้เล่นคู่กันมาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว และเป็นคู่หูที่อันตรายมากเมื่อเล่นด้วยกัน อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ซัวเรสอายุ 35 ปีแล้ว และนี่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา ก่อนที่จะแขวนสตั๊ด เขามีประวัติในการเล่นทีมชาติที่ดีมากแล้ว และการได้ถ้วยฟุตบอลโลกไปปิดท้ายก็คงจะดีไม่น้อย และต้องตามชมกันที่กาตาร์ต่อไปว่าดาวยิงจอมเก๋าคนนี้จะวาดลวดลายได้แค่ไหน

ปิดท้าย 

นักเตะเหล่านี้เป็นนักเตะที่อยู่ในช่วงปลายการค้าแข้งแล้ว บางคนก็มีสถิติการเล่นทีมชาติที่ดีอยู่แล้ว บางคนก็อาจจะอยากทำให้ดีกว่าเดิม ฟุตบอลโลกครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของตำนานหลาย ๆ คน และเป็นโอกาสที่จะแขวนสตั๊ดและอำลาแฟน ๆ ฟุตบอลโลกที่กาตาร์ปลายปีนี้น่าจะสนุกแน่ ทั้งกับแฟน ๆ และตัวผู้เล่นเอง

Leave A Reply