พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่น่าดึงดูดเหล่านักเตะชื่อดังมากที่สุดในโลก มันถือเป็นแหล่งของเหล่าซุปเปอร์สตาร์และดาวรุ่งพุ่งแรงของเกาะอังกฤษ นักฟุตบอลทุก ๆ คนฝันถึงการที่จะได้ย้ายมาค้าแข้งในลีกอังกฤษ ในขณะที่มีเพียงไม่มากนักที่ได้รับโอกาสในฝันนั้นและเข้ามาสร้างชื่อให้กับตัวของพวกเขาเอง

ในขณะที่ยังมีนักเตะอีกหลายคนที่ถูกครอบงำด้วยความยากลำบากของการแข่งขันในลีก

สโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและเชลซีนั้นตกเป็นเป้าใหญ่ในการถูกล้อเลียนในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะทั้งสองสโมสรนั้นได้ทำการผลาญเงินไปกับการซื้อตัวนักเตะสุดแพงแต่กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่เยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

ถึงแม้ว่าทีมอย่างลิเวอร์พูลกับอาร์เซน่อลก็อาจจะไม่ได้รับการยกเว้น และก็โดนล้อเลียนบ้างเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วตัวนักเตะที่พวกเขาซื้อมาร่วมทีมก็โชว์ฟอร์มได้ดีเลยทีเดียว ล่าสุดแล้วก็คงจะหนีไม่พ้นนักเตะเจ้าของแชมป์โลกทีมชาติฝรั่งเศสอย่างปอล ป็อกบา

มิดฟิลด์เลือดน้ำหอมที่คอยคุมเกมในแดนกลางนั้นถูกเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวกว่า 90 ล้านปอนด์เพื่อฟื้นคืนชีพปิศาจแดง แต่อย่างไรก็ตาม เขากลับลงเล่นเหมือนหายใจทิ้งไปวันๆ ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่กับผีแดงและสารคดี ‘ป็อกเมนทารี่’ ก็ยิ่งเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ยังมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกนั่นก็คืออังเคล ดิ มาเรีย ปีกพ่อมดชาวอาร์เจนไตน์นั้นเป็นนักเตะตัวหลักของเรอัล มาดริดก่อนที่จะย้ายมาค้าแข้งให้กับปิศาจแดงด้วยค่าตัวกว่า 59 ล้านปอนด์

เขาไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับทีมได้และถูกขายไปไวพอ ๆ กับตอนที่เขาย้ายมาร่วมทีมเลย

ยังมีนักเตะอีกหลายคนที่กลายมาเป็นนักเตะที่ล้มเหลวในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราจะพาไปดู 10 นักเตะที่ได้รับความคาดหวังแต่กลับพังไม่เป็นท่ากัน นี่ถือเป็นเพียงบางส่วนของนักเตะที่ล้มเหลวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก

10. ปอล ป็อกบา ยูเวนตุสไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถึงแม้ว่าห้องเครื่องจากแดนน้ำหอมจะมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมอยู่บ้างในช่วงเวลา 6 ปีของเขาในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาไม่สามารถที่จะเล่นให้คุ้มค่าตัวของเขาได้ ช่วงเวลาของเขากับสโมสรปิศาจแดงนั้นเต็มไปด้วยการโต้เถียงในทั้งเรื่องของพฤติกรรมและความเป็นมืออาชีพของเขา

เอเยนต์ของเขาอย่างมิโน่ ไรโอล่านั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการปั่นประเด็นและกระแสให้กับตัวนักเตะ ไปจนถึงเป็นตัวการที่ทำให้เขาไขว้เขว

อย่างไรก็ตาม ตัวปอลเองก็ถูกมองว่าเป็นนักเตะที่ขาดความกระตือรือร้น ทัศนคติของเขาในการฝึกซ้อมและในสนามให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นทำให้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของเขากับทีม ว่าตัวเขานั้นไม่เคยมุ่งมั่นและอุทิศตนให้กับการพัฒนาของสโมสรและดูเหมือนจะสนใจแต่เรื่องของตัวเองอยู่เสมอ

ป็อกบา ซึ่งกำลังจะย้ายไปยูเวนตุสแบบฟรี ๆ นั้นอาจจะเป็นนักเตะพรสวรรค์ระดับโลกในพรีเมียร์ลีก แต่การที่เขาไม่เต็มที่กับทีมนั้นทำให้เขาเป็นอีกดีลที่เราเรียกว่าล้มเหลวได้อย่างเต็มปาก

9. เฟอร์นันโด ตอร์เรส ลิเวอร์พูลไปเชลซี

ดาวยิงจากแดนกระทิงดุถือเป็นหนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดในโลกในตอนที่เขายังพีค ๆ ในสมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่กับหงส์แดง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเร็ว, ความคล่องตัวและความคมในการจบสกอร์ที่ถล่มประตูให้ลิเวอร์พูลมามากมาย จากนั้นเขาถูกเชลซีคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในพรีเมียร์ลีก ณ ขณะนั้นเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การย้ายตัวของเขานั้นไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังและเขาก็ตกลงมาเป็นตัวสำรองและโดนขายทิ้งในที่สุด

ศูนย์หน้าทีมชาติสเปนดีกรีรางวัลดาวซัลโวในยูโร 2008 นั้นต้องพบกับเวลาที่ยากลำบากกับเชลซีเนื่องจากความคาดหวังที่ถาโถมเข้ามาใส่ตัวเขา ซึ่งก็มีหลาย ๆ คนรู้สึกว่าความล้มเหลวของเขานั้นอาจเป็นผลมาจากคำสาปของนักเตะหมายเลข 9 ในถิ่นของสแตมฟอร์ด บริดจ์นั่นเอง

8. อันเดรย์ เชฟเชนโก้ เอซี มิลานไปเชลซี

เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ย้ายมาค้าแข้งในลอนดอนด้วยค่าตัวกว่า 30 ล้านปอนด์ ซึ่งดูจะเป็นการลงทุนที่ดีในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ดาวยิงทีมชาติยูเครนนั้นมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในอิตาลีด้วยการยิงประตูเป็นกอบเป็นกำและคว้าแชมป์มากมายในถิ่นซาน ซิโร่

เขาถือเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนมหาศาลโดยเศรษฐีชาวรัสเซียอย่างโรมัน อับราโมวิชในการสร้างทีมรวมดาราที่เชลซี

ถึงแม้ว่าแผนจะทำงานได้ในระดับที่ดีพอสมควร แต่นักเตะบางคนกลับไม่คุ้มค่ากับการลงทุนที่ลงไปเลย หนึ่งในตัวอย่างก็คืออันเดรย์ เชฟเชนโก้นั่นเอง

7. แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ เลสเตอร์​ ซิตี้ไปเชลซี

ในตอนที่เลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2015/2016 มีนักวิจารณ์ส่วนใหญ่คาดเดากันว่าจะมีนักเตะหลายคนที่จะย้ายออกจากทีม

ซึ่งก็ตรงกับการคาดเดาเลยล่ะ เพราะทีมอย่างเชลซีคว้าทั้งเอ็นโกโล่ ก็องเต้กับแดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ไปร่วมทีม

แต่นักเตะรายหลังกลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้และยังถูกส่งไปเล่นกับทีมสำรองอีกด้วย แถมเขาย้ายเข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวถึง 35 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่ว่าจะมองมุมไหนแล้วก็ยังดูเป็นดีลที่ล้มเหลวอยู่ดี

6. ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ โมนาโกไปเชลซี

กรณีของบากาโยโก้คล้ายกับกรณีของดริ้งค์วอเตอร์ เพราะเขาย้ายมาจากโมนาโกพึ่งคว้าแชมป์ลีกเอิงมาหมาด ๆ เช่นกัน มันถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม เมื่อคิดถึงการแข่งขันที่ดุเดือดที่พวกเขาต้องดวลกับเปแอสเชเพื่อปาดหน้าพวกเขาคว้าแชมป์ลีก

ห้องเครื่องเลือดน้ำหอมถือเป็นส่วนหนึ่งในแผงมิดฟิลด์ที่ทำให้ทีมของลีโอนาร์โด้ จาร์ดิมกลายเป็นทีมที่น่ากลัว เขาย้ายมาร่วมทีมเชลซีด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ในปี 2017 แต่ก็จบด้วยการถูกปล่อยยืมตัวในฤดูกาลถัดมาหลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลแรกกับเชลซีด้วยฟอร์มอันยอดแย่

5. แอนดี้ คาร์โรลล์ นิวคาสเซิลไปลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลคิดว่าพวกเขาได้เซ็นสัญญาดีลที่คุ้มค่าในตอนที่พวกเขาคว้าตัวดาวยิงร่างโย่งจอมมัดผมมาร่วมทีม แต่เขาก็พิสูจน์แล้วว่ามันเป็นดีลที่ล้มเหลว

ศูนย์หน้าร่างโย่งมีช่วงเวลาที่ดีกับนิวคาสเซิลและเขาก็อยากที่จะก้าวขึ้นไปอีกระดับในฟุตบอลอังกฤษ เขาย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วกลายมาเป็นดีลที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี

4. นิโคลัส เปเป้ ลีลล์ไปอาร์เซน่อล

ดาวยิงทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ย้ายมาสู่ถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมพร้อมกับความคาดหวังมากมาย แถมยังเซ็นสัญญาด้วยค่าตัวสถิติสโมสรกว่า 72 ล้านปอนด์

น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มดีได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังอยู่กับสโมสรและยังสามารถปรับตัวได้ แต่ตอนนี้ ในสายตาของแฟนบอลแล้วเขาก็ถือว่าเป็นนักเตะที่ล้มเหลวในพรีเมียร์ลีกและโอกาสในการลงสนามของเขาก็ค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ อีกด้วย

3. อเล็กซิส ซานเชส อาร์เซน่อลไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โชเซ่ มูรินโญ่ตัดสินใจที่จะสร้างดีลกระหึ่มอังกฤษด้วยการไล่ล่าตัวปีกชาวชิลีที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในถิ่นเอมิเรตส์ ใครจะลืมการเปิดตัวด้วยการเล่นเปียโนกันได้ลงคอล่ะ?

เขาถูกมองว่าเป็นผู้กู้ชีพของปิศาจแดง แต่อาการบาดเจ็บและความไม่สม่ำเสมอของเขาทำให้เขาไม่สามารถช่วยสโมสรได้เลย ทีมจึงส่งเขาพ้นทีมไปด้วยสัญญาแลกตัวกับเฮนริค มคิทาร์ยาน ที่ทั้งคู่ต่างล้มเหลวในการโชว์ฟอร์มและต้องย้ายออกไปหาสโมสรใหม่แบบตามระเบียบ

2. อังเคล ดิ มาเรีย –  เรอัล มาดริดไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปีกพ่อมดชาวอาร์เจนไตน์ได้โชว์ฟอร์มแจ๋ว ๆ ให้เห็นบ้างในช่วงสั้น ๆ กับทีมปีศาจแดง ตัวอย่างเช่นประตูสุดสวยของเขาที่คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

แต่อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่สามารถเรียกฟอร์มแบบสมัยที่อยู่กับเรอัล มาดริดได้เลยและเขาก็ถูกขายให้กับเปแอสเชในฤดูกาลถัดมา

1. โรเมลู ลูกากู อินเตอร์ มิลานไปเชลซี

ดาวยิงร่างยักษ์ทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นถือเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกและเขาก็ได้พิสูจน์แล้วกับอินเตอร์ มิลานถึง 2 ฤดูกาล

ทีมสิงห์บลูต้องการศูนย์หน้าเป็นอย่างมากหลังจากที่ติโม แวร์เนอร์นั้นไม่ได้สามารถเป็นแกนนำในแนวรุกได้ เขาถูกคว้าตัวมาด้วยค่าตัวถึง 97 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลแสนแพงที่ล้มเหลวที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลอีกด้วย ทัศนคติของเขาทั้งในและนอกสนามนั้นเป็นที่วิจารณ์และแฟน ๆ ของเชลซีก็ดีใจที่ในที่สุดเขาก็ออกจากทีมและกลับไปอยู่อินเตอร์ มิลานด้วยสัญญาแบบยืมตัวซักที

อ่าน:  การแข่งขันเพื่อตกชั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2022/23: ตึงเครียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
Leave A Reply