สารบัญ

  • เชซุสได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า
  • รายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเขา
  • อาการบาดเจ็บนี้จะส่งผลต่อตลาดซื้อขายช่วงเดือนมกราคมของอาร์เซน่อลอย่างไร
  • นักเตะของอาร์เซน่อลที่จะได้ประโยชน์จากอาการบาดเจ็บของเชซุส

กาเบรียล เชซุสย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลังจากที่เชซุสนั้นประสบความสำเร็จและคว้าแชมป์มากมายกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาร่วม 5 ปี

เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและช่วยให้อาร์เซน่อลครองจ่าฝูงนำหน้าสโมสรเก่าของเขาอยู่ในขณะนี้พร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นไอดอลของแฟนบอลอาร์เซน่อลทั่วโลกอยู่ในตอนนี้

แต่อาการบาดเจ็บของเขาทำให้เขาน่าจะพลาดโอกาสในการลงเล่นในช่วงที่สำคัญที่สุดของฤดูกาล สร้างความตื่นตระหนกให้กับอาร์เซน่อลเป็นอย่างมาก

อาการบาดเจ็บของกาเบรียล เชซุสจะส่งผลกระทบต่อสโมสรในช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาลอย่างไร เนื่องจากพวกเขากำลังพยายามที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้อีกครั้งนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003/04

สิ่งที่เรารู้: อัพเดทอาการบาดเจ็บของกาเบรียล เชซุส

กาเบรียล เชซุสเพิ่งเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดไปได้แบบสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีและหากนับจากการช่วงเวลาที่เขาจะต้องเข้ารับการกายภาพบำบัดแล้ว เราอาจจะได้เห็นเขากลับมาลงสนามได้อย่างเร็วที่สุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2023

นั่นหมายความว่าเขาอาจจะหายหน้าหายตาไปนานกว่านั้นก็เป็นได้และรายงานก็ออกมาบอกว่ามันอาจจะยาวนานกว่า 4 เดือนเลยด้วยซ้ำ

ในปัจจุบัน ขณะนี้ก็ช่วงปลายเดือนธันวาคมแล้ว สถานะอาการบาดเจ็บของกาเบรียล เชซุสนั้นมีรายงานออกมาว่าเขาจะกลับมาได้เร็วที่สุดในช่วงเดือนเมษายน หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ นั่นหมายความว่าเชซุสจะมีโอกาสลงเล่นให้กับอาร์เซน่อลเพียงไม่กี่เกม ซึ่งนั่นทำให้เขาอาจจะแทบไม่ได้ช่วยอะไรกับทีมเลยหรือตำแหน่งในลีกอาจจะถูกตัดสินไปแล้วก็เป็นได้ในช่วงเวลานั้น

การพังประตูของเขานั้นถือว่าดร็อปลงมาซักพักหนึ่งแล้วและเขาก็ทำได้เพียง 5 ประตูและอีก 5 แอสซิสต์จาก 14 เกมหลังสุด แต่อย่างไรก็ตาม นั่นถือเป็นสถิติการมีส่วนร่วมในการทำประตูที่มากที่สุดของสโมสรในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นอะไรที่สำคัญกับสโมสรเอามาก ๆ อย่างแน่นอน

มิเกล อาร์เตต้ายังคงต้องภาวนาต่อไปว่าอาการบาดเจ็บนั้นจะไม่รุนแรงมากตามที่คาด แต่กุนซือชาวสเปนก็รู้ดีว่าเขานั้นจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวในช่วงเวลาที่ยากลำบากโดยที่ไม่มีนักเตะที่ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญที่สุดของทีมในฤดูกาลนี้

บททดสอบที่แท้จริงในทักษะการจัดการทีมฟุตบอลของมิเกล อาร์เตต้านั้นกำลังจะเดินทางมาถึงและมันจะเป็นการที่เขาจะต้องจัดทีมโดยไม่มีนักเตะที่มากไปด้วยพลังงานอย่างกาเบรียล เชซุส ซึ่งเขามีความสามารถในการวิ่งพล่านไปทั่วในแนวรุกซึ่งนำมาด้วยโอกาสและประตูมากมายให้กับเหล่าเดอะกันเนอร์ส

บอกได้เลยว่าอาการบาดเจ็บของเขานั้นจะต้องทำให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ตอนนี้ เชซุสก็กำลังโฟกัสไปที่การรักษาอาการบาดเจ็บของเขาอยู่และเขาก็หวังที่จะกลับมาลงสนามให้ได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

กาเบรียล เชซุสเป็นนักเตะกระดูกยุงจอมมีบาดเจ็บหรือไม่?

ถึงจะไม่น่ามีกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าเชซุสนักเตะกระดูกยุงจอมบาดเจ็บ แต่สถิติอาการบาดเจ็บของเขานั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขาพลาดโอกาสในการลงสนามไปเกือบ 4 สัปดาห์ในทุก ๆ ฤดูกาลนับตั้งแต่ที่เขาย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้าในปี 2016 โดยมีเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้นที่เขาไม่มีอาการบาดเจ็บเลย นั่นถือฤดูกาล 2021/22

ในฤดูกาลเหล่านั้นที่เขาได้รับอาการบาดเจ็บ เขาพลาดการลงสนามอย่างน้อย 3 สัปดาห์ แต่อาการบาดเจ็บล่าสุดของเขานั้นถือเป็นอาการบาดเจ็บที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอตลอดอาชีพการค้าแข้งของเขา ซึ่งยาวนานกว่าการพลาดการลงสนามถึง 67 วันหลังจากที่เขาต้องเจอกับอาการบาดเจ็บที่กระดูกฝ่าเท้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2017

การซื้อตัวต่าง ๆ 

อาร์เซน่อลยังขาดนักเตะตัวรุกและมิดฟิลด์อีกราวตำแหน่งละ 1 คนในการที่จะสร้างทีมระดับแชมป์ลีก

แมวมองของทีมปืนใหญ่มองไปที่มิคคายโล มูดริคของชัคตาร์ โดเน็ตส์และดานิโล่ โอลิเวร่าจากสโมสรจากบราซิลอย่างพัลไมรัสเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาแทนที่ในตำแหน่งที่หายไปจากอาการบาดเจ็บ

มีรายงานออกมาว่านักเตะทั้งสองคนนั้นถือเป็นเป้าหมายหลักของสโมสรจากลอนดอนเหนือ อีกเป้าหมายหนึ่งที่มีสื่อออกมารายงานก็คือดาวยิงของแอตเลติโก้ มาดริดอย่างเจา เฟลิกซ์, มิดฟิลด์จากลาซิโอ้อย่างเซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, ปีกของปอร์โต้อย่างเปเป้และยูริ ทีเลอมองส์ กองกลางของเลสเตอร์ ซิตี้

ไม่เพียงแค่ตัวเลือกเหล่านั้นจะต้องทำให้อาร์เซน่อลต้องใช้เงินเยอะมากพอสมควรแล้ว พวกเขาก็จะยังต้องทำให้อาร์เซน่อลต้องไปแก่งแย่งสู้ราคากับเหล่าสโมสรระดับท็อปสโมสรอื่น ๆ ที่หวังที่จะคว้าตัวนักเตะเหล่านี้ด้วยเช่นกัน โชคดีสำหรับทางสโมสรและแฟน ๆ เจ้าของสโมสรอาร์เซน่อลได้ให้งบประมาณพอสมควรมาใช้ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ซึ่งมากพอ ๆ กับจำนวนที่พวกเขาใช้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งนำมาสู่การที่สโมสรได้คว้าตัวกาเบรียล เชซุสและโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้มาจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แต่อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามูดริคนั้นเป็นเป้าหมายตัวหลักของเดอะกันเนอร์สมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว พวกเขาโดนชัคตาร์ โดเน็ตส์ขูดเลือดขูดเนื้อด้วยค่าตัวกว่า 80 ล้านปอนด์และพวกเขาก็ปฏิเสธที่จะยอมจ่าย (ไม่รวมปัจจัยอื่น ๆ อีก) และหวังจะให้สโมสรจากยูเครนลดราคาเหลือเพียงครึ่งเดียวจากราคาในตอนแรกที่พวกเขาขอ

เดอะกันเนอร์สอาจจะลุยต่อหรืออาจจะละทิ้งแผนการในการคว้าตัวมูดริคในราคาใหม่ที่แพงขึ้น แต่เนื่องจากอาการบาดเจ็บของกาเบรียล เชซุสทำให้โอกาสในการลุ้นแชมป์ของอาร์เซน่อลในอนาคตลดลงไปอย่างมาก การเซ็นสัญญาคว้าตัวนักเตะวัย 21 นั้นอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้ความหวังในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของพวกเขายังคงอยู่และฟุตบอลถ้วยรายการอื่น ๆ ที่พวกเขายังคงมีหวัง

นอกจากนี้ สโมสรจากลอนดอนเหนืออาจจะยังมองหาดาวยิงตัวอื่นที่ไม่ใช่มูดริคหรืออาจจะซื้อกองหน้าอีกตัวเข้ามาพร้อมกับมูดริคเลยก็เป็นได้ แต่แน่นอนว่าเดอะกันเนอร์สนั้นจะลงตลาดซื้อขายในการหาตัวนักเตะตัวรุกอย่างจริงจังในช่วงตลาดฤดูหนาว ซึ่งเป็นผลมาจากอาการบาดเจ็บของเชซุสนั่นเอง

โอกาสที่นักเตะคนอื่นจะฉายแสง

ตอนนี้ ทีมปืนใหญ่นั้นไม่ได้ขาดนักเตะตัวรุกระดับพรสวรรค์ไปเลย พวกเขามีทั้งบูกาโย้ ซาก้า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, เอมิล สมิธ-โรว์และรีส เนลสันอยู่ในทีม นอกจากนี้พวกเขายังมีดาวรุ่งจากทีมอคาเดมี่ที่โชว์ฟอร์มได้ดีและโดนใจอาร์เตต้าเป็นอย่างมาก

ใช่เลย แน่นอนว่าการขาดหายไปของเชซุสนั้นจะเปลี่ยนแปลงทีมอย่างแน่นอน ความสามารถในการครอบคลุมพื้นที่ในแนวรุกและรอบ ๆ กรอบเขตโทษนั้นจะทำให้ตัวรุกและมิดฟิลด์คนอื่น ๆ เข้ามาเติมเต็มในพื้นที่ ๆ เขาเปิดโล่งเอาไว้จากการดึงตัวประกบ

สื่งที่ขาดหายไปอันดับแรกน่าจะเป็นความสามารถที่เขาสามารถจ่ายบอลได้ดีจนทำแอสซิสต์ไปได้ถึง 5 แอสซิสต์ในลีกและเขายังสร้างโอกาสในการทำประตูมากมายอีกด้วย แต่ด้วยการที่เชซุสนั้นจะพลาดการลงสนามไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บและยังไม่รู้เวลากลับมาที่แน่นอนนั้น อาร์เซน่อลน่าจะเปลี่ยนแผนการเล่นให้กลายเป็นทีมที่ทีมอื่น ๆ ที่เหลือในลีกจะตั้งตัวไม่ทันเลยล่ะ

แทคติกของเดอะกันเนอร์สที่มีเชซุสนั้นเป็นอะไรที่เหมาะเจาะกับตัวเขาเอามาก ๆ นั่นหมายความว่านักเตะคนอื่น ๆ ที่สามารถลงเล่นในตำแหน่งของเขาได้หรืออาจจะถูกใช้งานในรูปแบบอื่น ๆ ตามสถานการณ์

ตัวอย่างเช่นมาร์ติเนลลี่อาจจะยืนอยู่เป็นตัวรุกในแดนกลางหรือเป็นกองหน้าตัวกลาง ขึ้นอยู่กับแทคติกของอาร์เตต้าในแต่ละเกม นั่นจะทำให้เอมิล สมิธ-โรว์เหมาะกับทีมในการลงสนามพร้อมกับมาร์ติน โอเดการ์ดเพื่อเปิดโอกาสให้กับนักเตะจอมสร้างสรรค์ลงสนามได้มากขึ้น

หากพวกเขาเซ็นสัญญาคว้าตัวมิคคายโล มูดริคได้สำเร็จ ดาวยิงทีมชาติยูเครนจะเข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งทางฝั่งปีกซ้าย ในขณะที่มาร์ติเนลลี่จะย้ายไปยืนอยู่ตรงกลางแทน

แต่แผนที่ชัดเจนที่สุดคือการใช้เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเราจะได้เห็นทีมเดอะกันเนอร์สลงเล่นฟุตบอลแบบไดเร็กและเจาะตรงกลางมากขึ้น ซึ่งนั่นเป็นเพราะมันเป็นสไตล์ที่เอ็นเคเทียห์ถนัดเอามาก ๆ หลักฐานที่เห็นได้ชัดก็คือช่วงที่เขาโชว์ฟอร์มได้ดีในช่วงท้ายฤดูกาล 2021/22 นั่นเอง

อ่าน:  คาลิดู คูลิบาลี่กับทีมเชลซี: เขาจะปรับตัวให้เข้ากับแผนการเล่นของ โทมัส ทูเคิ่ลได้ยังไง?
Leave A Reply