ผลการแข่งขันที่คาด

อาร์เจนติน่า 1 – 1 ฝรั่งเศส (หลังการต่อเวลาพิเศษ) | อาร์เจนติน่าชนะจุดโทษ 4-3

สนาม : ลูเซล ไอคอนิค สเตเดี้ยม

ครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็นทีมที่เข้าชิงชนะเลิศในครั้งก่อนหน้าสามารถเข้าชิงชนะเลิศได้อีกครั้งในทันทีก็ต้องย้อนกลับไปถึงปี 1962 เลยทีเดียว ใครที่รู้ก็จะทราบดีว่าในฟุตบอลโลกสองครั้งนั้นเป็นเวทีที่ให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เฉิดฉายและโชว์เท้าระดับโลกออกมาอย่างแท้จริง และครั้งนี้ก็มีเด็กที่ขึ้นมาและกำลังจะทำสิ่งนั้นได้เหมือนกัน นั่นก็คือคีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ที่พาฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกได้ในปี 2018 และปัจจุบันก็ห่างจากคำว่าแชมป์สองสมัยซ้อนอยู่เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น

แต่เกมที่ว่านั้นมันจะไม่ง่ายอย่างแน่นอน นอกจากการที่เกมนัดชิงชนะเลิศเป็นอะไรที่ไม่เคยง่ายอยู่แล้ว เพราะนอกจากนั้น คู่แข่งที่ขวางการป้องกันแชมป์ของเอ็มบัปเป้และฝรั่งเศสอยู่ก็คือเพื่อนร่วมทีมของเขา ลิโอเนล เมสซี่ หนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และด้วยการที่เขายิ่งใหญ่ขนาดนี้ แฟน ๆ ก็เห็นพ้องต้องกันว่าเมสซี่ควรจะได้สัมผัสถ้วยแชมป์โลกสักครั้งก่อนที่เขาจะแขวนสตั๊ดไป แต่ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้ ประวัติศาสตร์จะต้องถูกจารึกไว้อย่างแน่นอน เพราะไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งจะเป็นฝ่ายสร้างตำนานได้สำเร็จ และแฟนบอลราว 88,000 คนที่สนาม ลูเซล ไอคอนิค สเตเดี้ยม ก็จะได้เป็นพยานเอกในเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้

ฟอร์ม : อาร์เจนติน่า

อาร์เจนติน่าเป็นทีมที่ครบเครื่องและมีวินัยมากที่สุดทีมหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ ตั้งแต่ในเกมรับไปถึงเกมรุก พวกเขามีความผิดพลาดน้อยมาก อย่างไรก็ดี ฝรั่งเศสจะเป็นบททดสอบที่ใหญ่และยากเย็นที่สุดของทีมฟ้าขาวอย่างแน่นอน เพราะทีมตราไก่ไม่ได้หวังพึ่งความยอดเยี่ยมของเอ็มบัปเป้อย่างเดียวเท่านั้น อาร์เจนติน่ายังจะต้องเจอกับตัวรุกที่อันตรายอีกหลายตัว รวมถึงอองตวน กรีซมันน์ ที่ลงเล่นเป็นกองกลางจำเป็นในฟุตบอลโลกครั้งนี้

แต่พวกเขาดูเป็นต่อในแดนกลาง ในน่าจะหวังใช้ความได้เปรียบในแดนกลางของพวกเขาลดความอันตรายของทัพเลอ เบลอส์ ลง และคว้าแชมป์โลกสมัยที่สามในประวัติศาสตร์ของประเทศมานอนกอดให้จงได้

ฟอร์ม : ฝรั่งเศส

ทัพเลอ เบลอส์ ทำผลงานได้อย่างตามเป้า แม้ว่าพวกเขาจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมาย หนึ่งในนั้นคือการที่พวกเขาต้องเสียนักเตะไปมากมายจากอาการบาดเจ็บ และน่าจะมากที่สุดในบรรดาทีมตัวเต็ง โดยทีมได้เอ็มบัปเป้เป็นพระเอกทำผลงานได้โดดเด่นเช่นเดิม แต่หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของเขา โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้ทำลายสถิติยิงประตูตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อองตวน กรีซมันน์ ก็ได้ทำลายสถิติการลงสนามต่อเนื่องติดต่อกันมากที่สุดในนามทีมชาติเช่นกัน ส่วนกุนซืออย่างดิดิเยร์ เดอชองส์ ก็ได้โชว์ว่าเขาคือกุนซือที่สามารถปรับแทคติกได้หลากหลายระดับที่หาตัวได้จับได้ยากมาก พวกเขาจะเป็นทีมที่อันตรายมาก ๆ ในรอบชิงชนะเลิศอย่างแน่นอน แต่จุดอ่อนที่สุดในทีมของพวกเขาที่พอจะเจาะได้ก็น่าจะเป็นในแผงกองกลางนี่แหละ

ทิศทางของเกมนี้จะเป็นอย่างไร

ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองทีมเจอกันคือในฟุตบอลโลกปี 2018  ที่ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกไปได้ แต่ทั้งสองทีมก็เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะอาร์เจนติน่าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

แน่นอนว่าเกมนี้เราจะได้เห็นว่าทั้งสองทีมเปลี่ยนไปมากแค่ไหนไปพร้อมกัน ในเกมที่ทั้งสองทีมต่างจะลงเล่นเพื่อแชมป์โลกสมัยที่สามของพวกเขาทั้งคู่

อ่าน:  พรีวิว เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด vs อาร์เซนอล
Leave A Reply