สารบัญ

  • เส้นทางการค้าแข้งของเมสซี่
  • เมสซี่ช่วยสโมสรคว้าแชมป์อะไรได้บ้าง
  • เมสซี่ช่วยทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์อะไรได้บ้าง
  • สถิติโลกในกินเนสส์บุ๊กของเมสซี่
  • การโต้เถียงกันในเรื่องของนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลระหว่างเมสซี่กับโรนัลโด้

เส้นทางการค้าแข้งของเมสซี่

หลังจากอาชีพการค้าแข้งที่เขาท้าทายมาแล้วทุกโอกาส, ทำลายสถิติมาแล้วนับไม่ถ้วน, คว้าถ้วยแชมป์มาแล้วมากมายและได้รับความเคารพจากคู่แข่ง ลิโอเนล เมสซีได้คว้าแชมป์ที่น่าหลงใหลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลจากทั้งหมดทั้งมวล นั่นก็คือแชมป์ฟุตบอลโลก และเขาคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้แบบชนิดที่ยังฝีเท้าเหนือกว่าคู่แข่งแบบเหลือ แม้จะอายุ 35 ปีแล้วก็ตาม

การโต้เถียงกันว่าใครเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการกีฬานั้นได้รับการตัดสินโดยคนที่ใช้ตรรกะในการตัดสิน สำหรับคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ต่างยังคงเดือดกันอยู่ แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร เมสซีได้พาตัวเองไปอยู่ในระดับต้น ๆ ของเทพเจ้าแห่งวงการฟุตบอลเพื่อเป็นแรงบันดาลใจไปเป็นทีเรียบร้อยแล้ว

และถ้าการโต้เถียงเหล่านั้นยุติลงในที่สุด คงไม่มีคำตอบอื่นใดสำหรับคำถามที่ว่า “นักเตะคนไหนคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” นอกเสียจากจะเป็นลิโอเนล เมสซี่

เด็กน้อยจากเมืองโรซาริโอ้ในประเทศอาร์เจนติน่านั้นถือว่ามาได้ไกลเอามาก ๆ เรามาดูเส้นทางการค้าแข้งของเขากันเลยดีกว่า

เมสซี่ช่วยสโมสรคว้าแชมป์ได้ในระดับไหน

เมสซี่ในวัย 35 ปีนั้นเกิดในวันที่ 24 มิถุนายน 1987 เขาเริ่มต้นด้วยการขีดเขียนตำนานที่บาร์เซโลน่า ที่นั่น เขาคว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้ไปถึง 6 สมัยในสมัยที่ยังเป็นนักเตะของบาร์เซโลน่า รางวัลบัลลงดอร์สมัยที่ 7 ของเขานั้นได้จากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับบาร์เซโลน่า แต่เขาย้ายมาที่เปแอสเชก่อนที่รางวัลจะประกาศผลนั่นเอง

แน่นอนว่ารางวัลบัลลงดอร์ 7 สมัยของเขานั้นถือเป็นสถิติที่เป็นนักเตะที่ได้รับรางวัลบัลลงดอร์มากที่สุดนับตั้งแต่สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสก่อตั้งขึ้นในปี 1956

เนื่องจากรางวัลนี้ขึ้นอยู่กับผลงานส่วนตัวและการมีส่วนร่วมกับประตูของทีม นอกจากนี้มันยังหมายความว่ารางวัลบัลลงดอร์ 7 สมัยของเมสซี่นั้นแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักเตะที่มีอิมแพ็คให้กับทีมได้มากที่สุดโดยไม่มีใครเทียบได้กับรางวัลต่าง ๆ ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ด้วยแชมป์กว่า 42 รายการของเขา (35 แชมป์กับบาร์เซโลน่า, 5 แชมป์กับอาร์เจนติน่าและทีมชุดใหญ่และอีก 2 แชมป์กับเปแอสเช) เขาเป็นนักฟุตบอลที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอล

สถิติของเขาที่บาร์เซโลน่านั้นไม่ใช่แค่ดีที่สุดเท่าที่สโมสรเคยมีมาเท่านั้น แต่ยังสร้างอิมแพ็คมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาอีกด้วย

ก่อนหน้าที่เขาจะลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่า บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ลาลีกาได้เพียง 16 สมัย ซึ่งมากกว่าจำนวนแชมป์ที่ทีมได้ตามมาหลังจากนั้นเกือบสองเท่า เมสซี่เข้ามาและกลายเป็นไอค่อนของนักฟุตบอลรุ่นหลังที่ยกระดับบาร์เซโลน่าขึ้นมาอยู่ในจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่และได้แฟนบอลเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งแฟนบอลที่ชื่นชอบและไม่ชอบ

เขาคว้าแชมป์ลาลีกา 10 สมัย รวมเป็น 26 สมัย ในเวลานั้น เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในลาลีก้าสเปน คว้าแชมป์ได้เพียง 4 สมัยเท่านั้น เมสซี่เป็นผู้นำในการช่วยให้บาร์เซโลน่าลดช่องว่างให้เหลือน้อยกว่า 10 สมัยหลังจากเล่นลงเล่นในลีกสูงสุดของสเปนมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ

เขาช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยการทำลายสถิติการทำประตูและแอสซิสต์มากมายในสเปน หลังจากที่เขสลงสนามไป 520 เกมในลีก เขายิงไปได้ 474 ประตู จนกลายมาเป็นดาวซัลโวในลีก ประตูเหล่านั้นยังช่วยให้เขาได้รางวัลรองเท้าทองคำในยุโรปอีก 6 สมัยอีกด้วย

ในขณะที่เขากำลังช่วยบาร์เซโลน่าให้ก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดในลีกนั้น เขายังช่วยเพิ่มสถิติด้วยการเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรายการโคปา เดล เรย์ ซึ่งเป็นรายการที่เก่าแก่ที่สุดของสเปนที่เกี่ยวข้องกับทุกทีมในระบบลีกฟุตบอลของสเปนอีกด้วย เขาคว้าแชมป์รายการนี้ได้ 7 สมัยตลอดระยะเวลา 17 ปีที่เขารับใช้สโมสรและกลายเป็นหนึ่งในห้านักเตะที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ถึง 7 สมัยด้วยกัน

นอกเหนือจากแชมป์ระดับเมเจอร์สองรายการในสเปนแล้ว เขายังคว้าแชมป์ซูเปอร์โคปา เด เอสปันญ่า 8 สมัยให้กับบาร์เซโลน่าได้อยู่ในจุดสูงสุดของรายการนี้ ในขณะที่คู่แข่งตลอดกาลอย่างเรอัล มาดริดไล่ตามมาทัน เขาจบช่วงเวลาของเขาในสเปนด้วยการเป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดในรายการนี้โดยยิงไป 14 ประตูจาก 20 นัดซึ่งเป็นสถิติของนักเตะที่ลงเล่นมากที่สุดในรายการนี้

นอกจากนี้ เขายังทิ้งประวัติศาสตร์บนเวทียุโรปในขณะที่อยู่กับบาร์เซโลน่าเอาไว้อีกด้วย

หลังจากเป็นได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2005/06 เนื่องจากฤดูกาลนั้นเป็นการลงเล่นในรายการยุโรปเป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะบนลีกสูงสุด เขาเข้ามาเป็นผู้นำและพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ 2 จาก 3 ฤดูกาลระหว่างปี 2008-2010 บาร์เซโลน่าในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2008/09 ทำให้พวกเขากลายมาเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมโดยการคว้าสามแชมป์ในฟุตบอลยุโรป

เขาพาบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2014/15 ซึ่งเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของเขากับสโมสร โดยพวกเขากลายเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าสามแชมป์ได้ถึง 2 ครั้ง 2 คราว

เมื่อถึงเวลาที่เขาออกจากบาร์เซโลน่า เขาทำประตูในแชมเปี้ยนส์ลีกไปได้ 120 ประตูจากการลงเล่น 149 นัด ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดเป็นอันดับสองในแชมเปี้ยนส์ลีกพร้อมกับยังคงสร้างสถิติต่อไป

แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 3 สมัยและฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 3 สมัย รวมเป็นแชมป์ 35 รายการที่เขาคว้าแชมป์กับบาร์เซโลน่า

การอำลาทั้งน้ำตากับสโมสรที่เขากลายมาเป็นตำนานนั้นเกิดขึ้นในปี 2021 แต่เปแอสเชก็พร้อมที่จะสนับสนุนเขาในขณะที่เขายังคงพัฒนาต่อไปในฐานะนักเตะ นอกจากคีเลี่ยน เอ็มบัปเป้แล้ว ชายผู้นี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นทายาทแห่งวงการฟุตบอลและเนย์มาร์ เพื่อนรักของเขาที่ให้เขาคว้าทริปเปิ้ลแชมป์สมัยที่ 2 กับบาร์เซโลน่าได้ในปี 2014/15 เขายังพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงฝรั่งเศสได้อีก 2 สมัยอีกด้วย

เมสซี่ช่วยทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์ได้ในระดับไหน?

เมสซี่เป็นตำนานของสโมสรอย่างแน่นอนและเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในเวทีระดับนานาชาติ แต่สำหรับทีมชาติอาร์เจนติน่า มันดูเหมือนว่าความสำเร็จเดียวของเขาจะมาจากแชมป์ในฐานะเยาวชนระดับนานาชาติจนกระทั่งฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์

หลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกชุดเยาวชนมาได้ในปี 2005 (รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี) และโอลิมปิกปี 2008 เขาพยายามและล้มเหลวในการคว้าแชมป์ร่วมกับทีมชุดใหญ่ของอาร์เจนติน่า ถึงแม้ว่าเขาจะพาอาร์เจนติน่าเข้าชิงชนะเลิศมาแล้วหลายครั้งก็ตาม

ปี 2014 ดูเหมือนจะเป็นปีที่ยอดเยี่ยม แต่โชคไม่ดีที่อาร์เจนติน่าแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้ผลงานลูกบอลทองคำของเขาไม่มีค่าในสายตาของเขา

แต่เขาก็พยายามต่อไปและในที่สุดก็คว้าแชมป์แรกให้กับอาร์เจนติน่าชุดใหญ่ได้สำเร็จ นั่นคือแชมป์โคปาอเมริกาปี 2021 

ในขณะที่การโต้เถียงกันเรื่อง “ความเป็นนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาล” ของเขาโหมกระหน่ำขึ้นหลังจากที่เขาคว้าแชมป์โคปา อเมริกา เขาก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 ด้วยผลงานที่สุดยอดอีกครั้งและกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์ที่คว้ารางวัลนั้นได้ถึง 2 ครั้ง

สถิติโลกกินเนสส์ของเมสซี่

นอกจากนี้ เขายังรวบรวมสถิติฟุตบอลโลกหลายรายการ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้บรรจุลงในสถิติโลกของกินเนสส์ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการสำหรับผลงานที่น่าทึ่งและน่าอัศจรรย์ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ

หนึ่งในนั้นคือการยิงได้ถึง 91 ประตูในปี 2012 ซึ่งเขายิงได้ 70 ประตูให้กับบาร์เซโลน่าและอีก 21 ประตูให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่า แต่สถิติที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือสถิติโลกสำหรับโพสต์ที่มีการกดไลค์มากที่สุดในอินสตาแกรม

โพสต์เฉลิมฉลองของเมสซี่หลังจากคว้าแชมป์ได้มีผู้กดไลค์มากกว่า 70 ล้านครั้ง (ในขณะที่เขียนบทความนี้) ซึ่งทำลายสถิติก่อนหน้านี้ที่ 55 ล้านไลค์ สถิติดังกล่าวนั้นน่าทึ่งมากบ้างเนื่องจากอนสตาแกรมมีฐานข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านคนที่มีความสนใจแตกต่างกัน โพสต์ดังกล่าวอาจจะมียอดไลค์สูงสุดเกือบ 100 ล้านไลค์อีกด้วย

ในช่วงเวลาทั้งหมดทั้งมวลนี้ มีนักเตะคนหนึ่งที่ไม่ยอมปล่อยให้เขาทิ้งห่างได้เลย นั่นคือคริสเตียโน่ โรนัลโด้

การโต้เถียงกันในเรื่องของนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลระหว่างเมสซี่กับโรนัลโด้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่เมสซีไต่อันดับขึ้นมา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ก็ไล่ตามเขามาแบบติด ๆ ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสแซงหน้าเขาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เกิดการถกเถียงว่าใครเก่งกว่ากัน

โรนัลโด้โชว์ฟอร์มสุดสะเด่าให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นดาวรุ่งและในตอนที่เขาอายุ 23 ปี เขาก็คว้ารางวัลบัลลงดอร์ได้แล้ว ในขณะที่เวลานั้น ลิโอเนล เมสซี่ ดาวรุ่งอีกคนหนึ่งก็กำลังโชว์ฟอร์มสุดยอดให้กับบาร์เซโลน่า โรนัลโด้เคยเจอกับเมสซี่มา 2-3 ครั้ง และในการดวลกันในเกมเหล่านั้นได้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกแล้วว่าทั้งสองคนจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของวงการฟุตบอล

เรอัล มาดริดไม่ต้องการให้บาร์เซโลน่าคว้าแชมป์อยู่ฝ่ายเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงยอมจ่ายค่าตัวระดับสถิติโลกให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพื่อแลกกับโรนัลโด้ หลังจากนั้นเรื่องราวสุดอัศจรรย์มากมายก็ได้เกิดขึ้น

อ่าน:  เวสต์แฮม ยูไนเต็ด VS เอฟเวอร์ตัน

นอกจากสถิติการทำประตูและแชมป์มากมายแล้ว ทั้งคู่ยังคว้ารางวัลบัลลงดอร์อีก 9 สมัยติดต่อกัน โดยเมสซีได้ 5 สมัยและโรนัลโด้ได้ 4 สมัย ทั้งคู่ยังคว้ารางวัลรองเท้าทองคำยุโรป 8 จาก 9 สมัยอีกด้วย โดยเมสซีเบียดโรนัลโด้ได้อีกครั้ง (เมสซี่คว้าไปได้ 5 สมัย โรนัลโด้คว้าไปได้ 3 สมัย)

แต่โรนัลโด้ท้าทายเมสซี่แบบจริง ๆ จัง ๆ ในตอนที่เขาพาเรอัล มาดริดคว้าแชมป์แชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 2015-2018

มาดริดเป็นทีมต้นตำหรับของแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่แล้ว แต่แม้กระทั่งพวกเขาก็ยังไม่สามารถคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกแบบติดต่อกันได้เลยเนื่องจากรูปแบบของการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงใหม่เมื่อหลายสิบปีก่อน จากนั้นโรนัลโด้ก็พาเรอัล มาดริดคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน ทำให้ผลงานของเมสซี่ในลาลีก้าและแชมเปี้ยนส์ลีกในช่วงปลายยุค 2000 กับบาร์เซโลน่านั้นดูด้อยกว่าเมื่อเทียบกันแล้ว

ในระหว่างนั้น โรนัลโด้พาทีมชาติโปรตุเกสคว้า 2 แชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา นั่นคือแชมป์ยูโร 2016 และแชมป์ยูฟ่าเนชั่นส์ลีก 2019 เมื่อนับด้วยแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยติดต่อกันในระดับสโมสร การโต้เถียงกันนั้นก็เอนเอียงเข้าหาฝั่งของเขา

โรนัลโด้ยังคงได้รับเสียงเชียร์สนับสนุนเขาจากการที่เขาทำลายสถิติดาวซัลโวในระดับนานาชาติและในที่สุดก็เป็นสถิติดาวซัลโวอย่างเป็นทางการในวงการฟุตบอล 819 ประตูของเขาเป็นสถิติที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการสำหรับวงการฟุตบอลทั้งหมด ส่วนเมสซี่น่ะเหรอ? เขาตามมาห่าง ๆ ด้วยจำนวน 798 ประตูในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่

ในตอนที่เมสซี่พาทีมชาติอาร์เจนติน่าคว้าแชมป์โคปา อเมริกาได้ในปี 2021 แน่นอนว่าการคว้าแชมป์โลก – หรือการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกอีกสมัย – ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ด้วยการที่นักเตะทั้งสองคนนั้นโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดการค้าแข้งของพวกเขา มันดูเหมือนว่ามันจะเอนเอียงไปทางของฝั่งโรนัลโด้ที่ดูจะเหนือกว่าเมสซี่ซะด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าจะมีความคิดเห็นส่วนใหญ่ที่มองว่าเมสซี่นั้นเป็นนักฟุตบอลที่ดีกว่าก็ตาม

จากนั้นเราก็คงรู้กันดีว่าเกิดอะไรขึ้นในฟุตบอลโลกปี 2022 

เมสซี่จะยังไม่จบอาชีพการค้าแข้งของเขาเพียงเท่านี้ เขายังคงมองหาโอกาสในการคว้าแชมป์รายการใหญ่กับเปแอสเชอยู่และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะติดทีมชาติในการช่วยประเทศของเขาในการป้องกันแชมป์โคปา อเมริกาในปี 2024 ที่อาร์เจนติน่าอีกด้วย

Leave A Reply